วันอาทิตย์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 07:24 น.

ภูมิภาค

อีสานครองแชมป์ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีเร่งคัดกรองรู้ไวรักษาได้

วันอังคาร ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2567, 15.15 น.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 มี.ค.67 ที่โรงพยาบาลหนองคาย นายจำลักษณ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพการดูแลรักษามะเร็งท่อน้ำดี จังหวัดหนองคาย ซึ่งโรงพยาบาลหนองคาย ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุข จ.หนองคาย สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และศูนย์ความเป็นเลิศมะเร็งท่อน้ำดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ทศวรรษกำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ขับเคลื่อนให้ทุกภาคส่วนแก้ปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี

นายแพทย์สมศักดิ์ ประฏิภาณวัตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองคาย กล่าวว่า มะเร็งท่อน้ำดี เป็นมะเร็งที่เกิดกับเยื่อบุทางเดินน้ำดี ทั้งภายในและภายนอกท่อน้ำดี พบสาเหตุการเสียชีวิตกว่าปีละ 10,000-20,000 รายต่อปี พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงร้อยละ 55 ของกลุ่มที่เป็นโรคนี้ เกิดกับประชากรวัยทำงานเป็นหัวหน้าครอบครัวอายุระหว่าง 40-60 ปี ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิตของคนในสังคมเป็นอย่างมาก โดยเมื่อปี พ.ศ.2555 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุว่ามะเร็งท่อน้ำดี เกิดจากพยาธิใบไม้ตับและจัดให้อยู่ในกลุ่ม 1 ที่เป็นปัจจัยก่อมะเร็งในคน แม้หน่วยงานทางสาธารณสุขจะพยายามรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ ในการระวังป้องกันและควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับอย่างต่อเนื่อง จนทำให้การระบาดของโรคพยาธิใบไม้ตับในไทยลดลง แต่ยังพบการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับในประชาชนบริเวณรอบแหล่งน้ำจืด อายุมากกว่า 40 ปี และหนองคาย มีประชาชนที่ป่วยด้วยโรคพยาธิใบไม้ตับนำไปสู่มะเร็งท่อน้ำดี มากที่สุดในภาคอีสาน จากการรับประทานปลาดิบ ประเภทปลาเกล็ดขาว ปลาตะเพียน ปลาซิว ปลาสร้อย เป็นต้น

ด้าน รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี กล่าวว่า การรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ โดยเฉพาะปลาดิบ ซึ่งโชคร้ายที่ปลาดิบในแถบบ้านเราเป็นปลาดิบที่มีพยาธิที่ก่อมะเร็ง ประชาชนส่วนใหญ่มักจะไม่ให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองจนกระทั่งโรคพยาธิใบไม้ตับลุกลามเป็นมะเร็งท่อน้ำดี มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง คัน เบื่ออาหาร ท้องมาน เหล่านี้อาการจะรุนแรงมากแล้ว ปัจจุบันการตรวจคัดกรองจะใช้วิธีการตรวจปัสสาวะ และอัลตราซาวน์ ซึ่งจะทราบผลรวดเร็ว แม่นยำ สามารถรักษาได้ทันเวลา ผู้ป่วยหากพบในระยะเริ่มต้นจะสามารถผ่าตัดรักษาได้ อัตราหายสูง แต่หากพบในระยะถัดไปแล้วจะมีวิธีการรักษาทั้งการให้ยา เคมีบำบัดแล้วแต่อาการ ซึ่งวิธีการที่ดีที่สุดคือการคัดกรองจะได้ทราบผลทันที รู้เร็วรักษาได้ ในกิจกรรมในครั้งนี้มีประชาชนมาลงทะเบียนคัดกรองด้วยอัลตราซาวน์ 300 ราย และจะทำการผ่าตัด 5 ราย โรงพยาบาลหนองคายสามารถผ่าตัดมะเร็งท่อน้ำดีได้แล้ว.

หน้าแรก » ภูมิภาค