วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569 09:44 น.

ภูมิภาค

กองทัพภาค 4 คุมตัวอดีตทหารเผาป้าย-วางเพลิง รพ.ในค่าย

วันพุธ ที่ 05 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.11 น.

นครศรีธรรมราช-จากเหตุลอบวางเพลิงบริเวณลานจอดรถโรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ เมื่อคืนวันที่ 31 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 21.40 น. ต่อเนื่องถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 เวลา 01.40 น. ส่งผลให้รถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย 2 คัน โดยจากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด พบชายรูปร่างสูงใหญ่ใช้ประทัดขว้างใส่บริเวณลานจอดรถหลังห้องเอกซเรย์ในลักษณะก่อกวน ก่อนจะขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป และได้ย้อนกลับมาก่อเหตุอีกครั้งในคืนเดียวกัน จุดไฟเผาป้ายอะคริลิกแสดงชื่อเจ้าของช่องจอดรถ ทำให้ป้ายละลายและเปลวไฟลุกลามไปติดรถจักรยานยนต์จนเกิดเพลิงไหม้

 


จากเหตุการณ์ดังกล่าว พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน และชี้แจงให้ประชาชนทราบ ล่าสุด วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 พันเอก วัชรกร อ้นเงิน โฆษกกองทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายการสารวัตรกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้ร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จับกุม นายปริวรรต (สงวนนามสกุล) ชาวนครศรีธรรมราช อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ 630/2568 ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ในข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่นและทำให้เสียทรัพย์ โดยผู้ต้องหารายนี้ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดและเป็นผู้ก่อเหตุใช้ประทัดขว้างใส่ลานจอดรถของโรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ

 


เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมได้ภายในพื้นที่หมู่ 5 ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110i ซึ่งใช้ในการก่อเหตุ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นายปริวรรตเป็นอดีตทหารกองประจำการ ผลัด 2/62 สังกัดกองร้อยกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 4 ที่ขาดราชการตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2564 และเคยมีประวัติเสพยาเสพติด ขณะจับกุมพูดจาวกวน เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจอยู่ในภาวะหลอนจากยาเสพติดหรือมีอาการทางจิตเวช ซึ่งผู้ต้องหารายนี้เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชมาก่อน

 


เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนเพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่สบายใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนที่มาใช้บริการโรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ ขณะเดียวกัน กองทัพภาคที่ 4 ยืนยันว่าผู้บังคับบัญชาทุกระดับให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชน และได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งในด้านบุคลากร ระบบกล้องวงจรปิด และการประสานงานกับหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ พร้อมขอความร่วมมือผู้มารับบริการให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากพบสิ่งผิดปกติสามารถแจ้งหน่วยทหารในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค