วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 05:14 น.

ภูมิภาค

วัดป่าพระพิฆเณศวร์ (วัดบ้านบาก) จ.อุบลฯ แหล่งประวัติศาสตร์ ชุมชนโบราณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ยุคหินตั้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.25 น.

วัดป่าพระพิฆเณศวร์ หรือ วัดบ้านบาก บ้านปากน้ำ (บุ่งสระพัง) ตำบลกุดลาด อำเภอเมืองอุบล จังหวัดอุบลราชธานี  เดิมทีเป็นวัดร้างตั้งอยู่กลางป่าในดงพระคเณศ หรือ ดงพิษเณศ ตามภาษาปากชาวบ้าน เดิมเป็นชุมชนบุ่งสระพังโบราณ เรียกว่า “บ้านตาเณศ” เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ยุคหินตั้ง มีการขุดพบโครงกระดูกคน ๘ ศอก และโบราณวัตถุ ที่มีความสำคัญยิ่งต่อการศึกษา ประวัติศาสตร์ของชาติ ใบเสมาหินทรายหลากหลายขนาดตั้งกระจายอยู่ตามป่า มีการพบพระพิฆเณศวร์หินทราย ชาวบ้านเรียกพระมีงวง, ในปี พ.ศ. 2549 ยังมีรายงานการ ขุดพบ โคอุสุภราชหินทราย ซึ่งเป็นวัวพาหนะของพระอิศวร ตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ อายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 15-16 ที่บริเวณข้างวัด โคอุสุภราชหินทราย หรือโคนนทิ ชาวบ้านเรียกกระทิงหมอบ และพบปลียอดปราสาท
               
การค้นพบพระพิฆเณศวร์หินทราย และ โคอุสุภราชหินทราย ซึ่งเป็น วัวพาหนะของพระอิศวร ตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ ที่บริเวณวัดแห่งนี้ ทำให้เชื่อแน่ได้ว่า วัดป่าพระพิฆเณศวร์ หรือวัดบ้านบาก สถานที่แห่งนี้จะเป็นชุมชนโบราณ และเป็น สถานที่ทางศาสนาพราหมณ์  เทวสถาน ใน ยุคเจนละบกเจนละน้ำ  ในยุคที่เฟื่องฟู เจริญรุ่งเรือง ในครั้งอดีตกาล มีอิทธิพลสืบต่อมาจนถึงเขมรยุคเมืองพระนคร
                

ต่อมา เมื่อพระพุทธศาสนาแบบทวารวดีแผ่อิทธิพลจากภาคกลางเข้ามา และได้รับความนิยมจากประชาชนมากขึ้นตามลำดับ พร้อมกับ เขมรยุคเมืองพระนครเสื่อมอำนาจลง และสถานแห่งนี้ได้กลายเป็น วัดในพระพุทธศาสนา มีความเจริญรุ่งเรืองและความเสื่อมสลับกันไปเนื่องจากบ้านตาเณศ ชุมชนบุ่งสระพังตั้งอยู่ริมแม่น้ำมูลและตามแนวบุ่งสระพัง จึงประสบกับปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำ ประกอบกับเกิดโรคห่าลง ปีหนึ่ง ผู้คนล้มตายเป็นใบไม้ร่วง ต้องถอนเสาบ้านเสาเรือนหนีเข้าไปอยู่ตามป่าตามดง  ปู่คำแหง ปู่คำหาญ ปู่คำลือชา ปู่ทองลาย และปู่จันทร์วงศ์ ซึ่งเป็นหลักบ้านอยู่ในยุคสมัยนั้น จึงชวนกันย้ายหมู่บ้านขึ้นไปอยู่ดงบากใหญ่ ที่ตั้งหมู่บ้านปากน้ำ ในปัจจุบัน และสร้างวัดปากน้ำขึ้นในปี พ.ศ. ๒๓๒๐ โดยได้ขนย้ายพระพุทธรูปหินและเสมาหินขึ้นไปไว้ในหมู่บ้านด้วย
                  
ต่อมา ในราวปี พ.ศ. ๒๓๑๑ พระวอพระตา  อพยพจากหนองบัวลุ่มภูมาตั้งบ้านเมืองอยู่ที่บ้านดอนมดแดง ได้ให้กองช้างกองม้ามาตั้งบ้านบำรุงรี้พลช้างม้าอยู่บริเวณดงพระคเณศ กลุ่มพระวอพระตาจึงเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่มาตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณ ปากบุ่งสระพัง เมื่อประสบกับปัญหาน้ำท่วม กลุ่มพระวอพระตาจึงได้ย้ายไปอยู่ดงอู่ผึ้ง ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองอุบลราชธานีในปัจจุบัน ชุมชนโบราณบ้านตาเณศจึงกลายเป็นป่าดงพงพี ไม่มีใครย่างกรายเข้าไป ชาวบ้านเรียกติดปากว่า “ดงพระคเณศ” หรือ “ดงพิษเณศ”ในวันศีล(วันพระ) มักจะมีดวงไฟเท่าจาวมะพร้าวสุกสว่างลอยดวงจาก หอปู่ บุ่งสระพัง มาดงพระคเณศ แล้วลอยจากดงพระคเณศ ขึ้นไปหมู่บ้าน บ้านปากน้ำ คนเฒ่าคนแก่บอกลูกบอกหลานว่า “ปู่วัดป่า เพิ่นขึ้นมายามกัน” ปู่วัดป่าขึ้นมาเยี่ยมกัน บางครั้ง จะมีไฟพะเนียงพุ่งขึ้นจากดินแล้ววิ่งหายเข้าไปในป่าโนนบก ทางลงหาดบุ่งสระพังบ้าง พุ่งขึ้นจากป่าโนนบกหายเข้าไปใน วัดป่าพระพิฆเณศวร์ บ้าง บางทีก็หายลงไปใน หนองสะทัง บ้าง คนเฒ่าคนแก่บอกลูกบอกหลานว่า “ปู่เพิ่นย้ายสมบัติหนี ย้านคนหาพ้อ” ปู่ย้ายสมบัติหนี เพราะกลัวคนหาเจอ ใครเจตนาไม่ดี ไม่มีบุญ ไม่มีบารมี คิดจะไปเอาสมบัติปู่ หากไม่เจองูใหญ่ไล่ ก็มีอันได้ว่ายบกกันทุกคน
               

มีเรื่องเล่าถึงปาฏิหาริย์ หรือ สิ่งที่น่าอัศจรรย์ อยู่เรื่องหนึ่ง ว่า  ตกถึงวันศีล (วันพระ) มักจะเห็นแสงไฟสีเขียวเท่าลำตาลพุ่งขึ้นจากโนนบกสว่างไสวมาทางวัดป่าพระพิฆเณศวร์ มองเห็นจากที่ไกลได้ราว ๑ กิโลเมตร จากนั้น จะตามมาด้วยเสียงฆ้องทองคำใหญ่ดังสะท้อนมาจากหนองสะทัง
                
ในขณะที่ทหารฝ่ายสหรัฐอเมริกากำลังขับเคี่ยวกันอย่างหนัก ในมหาสงครามเวียดนาม ได้เกิดลำแสงพุ่งขึ้น ใส่เครื่องบินกองทัพสหรัฐอเมริกา จากบริเวณวัดป่าพระพิฆเณศวร์ เป็นเหตุให้เครื่องบินขัดข้องเสียหลักตก ภายหลัง เหตุการณ์ดังกล่าว กองทัพสหรัฐอเมริกาได้ออกบินลาดตระเวนจุดที่เกิดลำแสงเป็นประจำ ขณะที่ทหารนำเครื่องบิน ออกปฏิบัติการตามปกติ ถึงวัดป่าพระพิฆเณศวร์ ก็เห็นลำแสงจากบริเวณป่าดังกล่าวพุ่งตรงเข้าใส่เครื่องบิน ทันทีที่ คำรายงานผ่านจากเครื่องบิน บนท้องฟ้า ส่งตรงไปยังฐานทัพ หน่วยเคลื่อนที่เร็วของทหารอเมริกา ก็รุกคืบเข้าผืนป่าแห่งนั้น ผืนป่าถูกปิดล้อม หมู่บ้านถูกเข้า ตรวจค้น แต่ก็ไร้วี่แววของสิ่งผิดปกติใด ๆ ทำให้ทหารอเมริกาเกิด ความแปลกประหลาดใจ
                  

ขณะที่ทหารสหรัฐอเมริกาค้นหาสาเหตุภายในบริเวณดงพระคเณศนั้น ได้พบท่านเจ้าคุณพระมงคลธรรมวัฒน์ (บุญจันทร์ จตฺตสลฺโล) ซึ่งปักกลดอยู่ในป่ารูปเดียว ได้สนทนากับท่าน ท่านจึงได้เล่าถึงความน่าอัศจรรย์ของผืนป่าแห่งนี้ว่า มักจะมีลำแสงพุ่งขึ้นในวันพระ ๑๕ ค่ำ แม้ทหารสหรัฐอเมริกา ก็ประจักษ์เหตุการณ์ดังกล่าวด้วยตนเอง จนเกิดศรัทธานำไปสู่การสร้างโบสถ์มิตรภาพไทย-อเมริกันขึ้น ณ วัดปากน้ำ (บุ่งสระพัง) แต่อุโบสถยังไม่แล้วเสร็จ ทหารหน่วยดังกล่าว ก็ได้รับคำสั่งให้ถอนตัวออกจากฐานบินอุบลราชธานี อุโบสถจึงถูกปล่อยทิ้งค้างไว้นานหลายปี
                  
ภายหลังนั้น คืนหนึ่ง ท่านเจ้าคุณพระมงคลธรรมวัฒน์ นิมิตถึงตาชีปะขาว มาอาราธนาให้สร้างอุโบสถ ต่อให้เสร็จ  ท่านแย้งว่า ไม่มีเงินที่จะสร้างได้  ตาชีปะขาวจึงบอกให้ไปอัญเชิญของสำคัญมีค่า  ที่วัดป่าพระพิฆเณศวร์ นั่นก็คือ พระพุทธรูปประจำกองทัพเจ้าเมืองเก่า ถูกฝังอยู่ใต้ดิน อัญเชิญ ขึ้นมารักษาไว้ให้ดี เพื่อเป็นสมบัติพระศาสนา ให้ลูกหลานได้เคารพ สักการบูชาสืบไป ท่านจึงนำชาวบ้าน ไปขุดตามนิมิตบอกก็พบศิลา ๔ เหลี่ยม ถูกจัดไว้ในลักษณะหีบ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป ปางมารวิชัย เนื้อเงินบริสุทธิ์ ท่านเจ้าคุณพระมงคลธรรมวัฒน์ จึงได้อัญเชิญหลวงพ่อเงินมาประดิษฐานไว้ ที่วัดปากน้ำ ตราบจนถึงปัจจุบัน
                  

ตามหลักฐานทางโบราณคดี วัดป่าพระพิฆเณศวร์น่าจะเปลี่ยนผ่านกาลเวลามาหลายยุคหลายสมัย ผ่านความรุ่งโรจน์และเสื่อมสลายสลับกันไป จนกลายเป็นแหล่งโบราณคดีที่ทับถมกันมา ๓ ยุคด้วยกัน คือ ๑) ยุคอาณาจักรเจนละ (ราวพ.ศ. ๑๑๐๐ -๑๓๐๐ ปี) พบพระพิฆเณศวร์หินทราย, หินปลียอดปราสาท และโคอุสุภราชหินทราย (หรือโคนนทิ) ชาวบ้าน เรียกว่า “งัวกระทิงหมอบ” ปัจจุบัน พระพิฆเณศวร์ถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่วัดสุปัฏนารามในเมืองอุบลราชธานี  ๒) ยุคทวารวดี (ราว พ.ศ.๑๑๐๐-๑๗๐๐ ปี) พบพระพุทธรูปนาคปรกหินทรายหลายองค์ พระสังกัจจายหินทราย และพระพุทธรูปหินทรายปางต่าง ๆ ปัจจุบัน ถูกอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่วัดปากน้ำ(บุ่งสระพัง)  นอกจากนั้น บริเวณดงพระคเณศ ยังพบกลุ่มใบเสมาหินทรายหลากหลายขนาดตั้งกระจัดกระจายอยู่ตามป่า เสมาบางอันติดพลอยหลากสี ประดับประดาสวยงาม และยังได้พบโครงกระดูกคนโบราณ ชาวบ้านเรียกว่า “กระดูกคนแปดศอก” พ่อถ่านจันทร์ได้สร้างธาตุบรรจุไว้ เรียกว่า “ธาตุคนแปดศอก”
                
๓) ยุคพระวอ-พระตา ตั้งเมืองดอนมดแดง (ราว พ.ศ. ๒๓๑๑) ขุดพบหลวงพ่อเงิน พระพุทธรูปประจำกองทัพพระวอ-พระตา ศิลปะเชียงแสน ล้านช้าง ถูกฝังไว้ภายในกล่องหิน พบพระทองคำ พระเงิน พระสัมฤทธิ์ พระผงหว่านจำปาสัก และพระในรูปแบบอื่น ๆ อีกจำนวนมาก ปัจจุบัน อัญเชิญมาประดิษฐานอยู่วัดปากน้ำซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้าน  ความยำเกรงที่ชาวบ้านปากน้ำมีต่อปู่บุ่งสระพังและปู่ดงพระคเณศถูกบอกต่อกันมา จนกลายเป็นเรื่องเล่าปรัมปราที่สะท้อนถึงความเชื่อความศรัทธาที่ดำรงอยู่ในวิถีชีวิตแบบบ้าน ๆ แล้วส่งต่อสู่ลูกหลาน ผ่านการปฏิบัติตาม ฮีตคลอง ต้องเลี้ยงปู่เลี้ยงตาเป็นประจำทุกปี จนเป็นแบบแผนของชุมชนถึงปัจจุบัน

 

ข้อมูล : ท่านเจ้าคุณพระศรีวิสุทธิมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี

หน้าแรก » ภูมิภาค