วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569 08:31 น.

ภูมิภาค

ผู้การฯเมืองเลย สั่งคุมเข้มเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยห้ามเผา เตือนมีโทษจำคุกสูงถึง 7 ปี ปรับกว่า 1.4 หมื่น

วันพฤหัสบดี ที่ 04 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.12 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 68  จากที่โรงน้ำตาลในจังหวัดเลยทั้ง 2  โรงงาน ได้ประกาศกำหนดวันเปิดหีบอ้อย ประจำปี 2568/69 โดยจะเปิดรับซื้ออ้อยเข้าโรงงานตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 68 เป็นต้นไป ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยจังหวัดเลยในหลายอำเภอ เริ่มมีการเผาอ้อยเพื่อส่งเข้าโรงงาน และเริ่มสร้างมลพิษ ความเดือดร้อนผลกระทบทั้งกลิ่นและควันให้ชาวบ้านทั่วไป ตำรวจภูธรจังหวัดเลย ออกเตือนงดเผา หากฝ่าฝืนมีอัตราโทษสูง

พล.ต.ต.วีระเดช เลขะวรกุล  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย เผยว่า สำหรับช่วงนี้เป็นช่วงที่เปิดหีบอ้อย ก็จะนำอ้อยเข้าสู่โรงงาน ก็จะมีการตัดและทุกปีก็จะมีการลักลอบเผา เพื่อลดต้นทุนและตัดง่าย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการเผานั้น ก่อให้ PM.2.5 และยังมีเศษวัสดุเช่นใบ เป็นเศษขี้เถ้าจะปลิวว่อนในอากาศ สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับพื้นที่ใกล้เคียง เกิดความสกปรก ในการเผานั้นก็จะมีกฎหมายที่ควบคุม 2 ตัว และกฎหมายที่มีโทษสถานเบาได้แก่ พรบ.สาธารณสุข ในมาตรา 25 ได้กำหนดเขตรำคาญเอาไว้ และเหตุรำคาญ การทำให้เกิดแสง เสียง ควัน ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อบุคคลอื่น และยังมีมาตรา 27 ที่ให้อำนาจเจ้าพนักงานท้องถิ่น ออกประกาศ ระงับยับยั้ง มิให้ผู้ใดก่อให้ก่อเหตุรำคาญนั้น ซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืนมีอัตตราโทษจำคุก ไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท

แต่นอกจากนั้นแล้วในการเผานั้น อาจจะเป็นการกระทำความผิดอาญา ตามประมวลกฎหมาย มาตรา 220 กำหนดความผิดเกี่ยวกับการทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใดๆ แม้เป็นของตนเอง จนอาจเป็นอันตรายต่อบุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ซึ่งผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท ถ้าเราพิสูจน์ได้ว่า ในสิ่งที่ท่านเผานั้นอาจจะเกิดอันตรายบุคคลผู้อยู่ใกล้เคียง ท่านอาจจะถูกดำเนินคดีตามข้อหานี้ ซึ่งเป็นข้อหาค่อนข้างหนัก และมีโทษจำคุกถึง 7 ปี และโทษปรับก็ค่อนข้างสูงเช่นกัน

แต่ก็อยากฝากเตือนในส่วนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรชาวไร่อ้อย ก็ขอให้ท่านตัดวิธีปกติอย่าได้เผาเลย เพราะนอกจากจะเกิดมลพิษ เกิด PM.2.5 ก็อยากจะฝากเตือน ทั้งนี้ได้กำชับและแจ้งไปยังทุกสถานีในสังกัดสถานีตำรวจภูธรจังหวัดเลย ซึ่งมีอยู่ 19 สถานี ส่วนหนึ่งอาจจะให้เข้าไปประสานในส่วนปกครองท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในพื้นที่ให้ออกประกาศห้ามมิให้ทำการเผาในช่วงนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีเกษตรกรชาวไร่อ้อย ไม่ว่าในพื้นที่ อำเภอวังสะพุง เอราวัณ หนองหิน ผาขาว ภูหลวง และพื้นที่อำเภอเมืองบางส่วน รวมทั้งจะให้ทางตำรวจออกไปประชาสัมพันธ์ หากมีการเผา หรือการกระทำไปนั้นพวกเขาเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษที่ค่อนข้างที่จะสูง แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปรารถนาดำเนินคดี ต่อพ่อแม่พี่น้องชาวเกษตรกร ซึ่งท่านก็เป็นผู้ประกอบอาชีพสุจริตอยู่แล้ว แต่ในการกระทำที่อาจไม่รู้ตัวของท่าน อาจจะเป็นการกระทำผิดกฎหมายบ้านเมืองเสียเอง

หน้าแรก » ภูมิภาค