ภูมิภาค
ดังต้องมนต์สะกด เปิดงานบวงสรวงเจ้าปู่หลักเมืองนาแก การแสดงพิธีกรรมหมอเหยา ประเพณีชาวเผ่าภูไทสมจริง
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม เดิมเป็นเมืองเก่าชื่อเมืองกบิล หรือกบินทร์ ที่ถูกทิ้งร้างจากการที่ชาวบ้านถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยสงคราม ต่อมาประมาณปี พ.ศ.2451 มีชาวลาวอพยพข้ามแม่น้ำโขง ย้ายมาตั้งถิ่นฐานใหม่ พร้อมตั้งชื่อว่าบ้านหนองสูง ซึ่งรอบหนองน้ำที่ตั้งชุมชน มีต้นสะแกขึ้นจำนวนมาก จวบปี พ.ศ.2460 จึงเปลี่ยนชื่อใหม่อีกครั้งเป็นบ้านนาแก และยกระดับเป็นอำเภอในปี พ.ศ.2464
ทั้งนี้การสร้างบ้านแปงเมือง ตามคติความเชื่อของคนโบราณ ต้องตั้งศาลหลักเมือง หรือศาลเจ้าปู่ขึ้นมาพร้อมๆกัน โดยอัญเชิญดวงวิญญาณนักรบ หรือหัวหน้าผู้นำที่เคารพนับถือ มาสถิตยังศาลที่สร้างขึ้น ชาวเมืองต่างเลื่อมใสศรัทธา เชื่อกันว่าหากได้มากราบไหว้ขอพรเจ้าปู่ จะประสบความสุขความเจริญและได้โชคลาภ
ต่อมาการเจริญของเมืองเติบโตขึ้น ทำให้บริเวณศาลเกิดความคับแคบ ปี พ.ศ.2550 จึงมีโครงการขยับขยายศาลหลักเมือง โดยอำเภอนาแก ร่วมกับประชาชน บริจาคสมทบทุนก่อสร้างศาลหลักเมืองหลังใหม่ เพื่อให้เป็นอนุสรณ์สถาน และเป็นที่สักการะบูชา รวมถึงผู้เลื่อมใสศรัทธาได้กราบไหว้บูชา เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เสริมสร้างพลังความรู้รักสามัคคี และเป็นเอกลักษณ์ของชาวอำเภอนาแกสืบต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน
ปี พ.ศ.2555 ศาลหลังใหม่ก็เสร็จสมบูรณ์ จึงได้มีการประกอบพิธีถอดถอนเสาหลักเมืองจากศาลหลังเก่า ย้ายไปอยู่ที่แห่งใหม่ในปัจจุบันนี้ บริเวณตรงข้ามหน้า สภ.นาแก พร้อมจัดงานบวงสรวงสมโภชสักการะ ศาลเจ้าปู่หลักเมืองขึ้นทุกปี หรือชาวบ้านเรียกว่างานเลี้ยงผีปู่ตา เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ลูกหลาน โดยเจ้าปู่จะมาประทับร่างคนที่มาร่วมพิธี เพื่อมาบอกกล่าวถึงพิธีที่ประกอบขึ้น ทำให้สร้างความเชื่อศรัทธามากยิ่งขึ้น
สำหรับปี พ.ศ.2568 ได้รับเกียรติจากนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานสักการะศาลหลักเมืองอำเภอนาแก โดยนายธวัชชัย มณีกุลทรัพย์ นายกเทศมนตรีตำนาแก ร่วมกับทุกภาคส่วน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-14 ธันวาคม 68 เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม เชิดชูศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมการค้า การลงทุน และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของอำเภอนาแก ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
โดยมี ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายอิศรา โพธิ์เงิน นายอำเภอนาแก นายแพทย์ อลงกต มณีกาศ สส.นครพนม เขต 3 นายชูกัน กุลวงษา สส.นครพนม เขต 4 พรรคภูมิใจไทย นางสาว ศุภพานี โพธิ์สุ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (นางสาว ซาบีดา ไทยเศรษฐ์) หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่ร่วมงาน หลังจากนั้นได้มอบเกียรติบัตรคนดีศรีนาแก จำนวน 10 รางวัล เพื่อเชิดชูผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ชุมชน
พิธีเปิดมีการรำบูชาบวงสรวงเจ้าปู่หลักเมือง จากนางรำ12 ตำบล 143 หมู่บ้าน รวม 800 คน และเป็นไฮไลท์สำคัญในพิธีเปิด คือการแสดงชุดฮอยวัฒนธรรม พิธีกรรมหมอเหยา ที่บอกเล่าด้วยท่าทางรำประกอบดนตรีอีสานร่วมสมัย จากนักเรียนโรงเรียนนาแกสามัคคีวิทยา เป็นการอนุรักษ์ประเพณีดังกล่าวไว้ เพื่อชนรุ่นหลังได้ศึกษาประวัติความเป็นมา การแสดงสร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ชม เหมือนต้องมนต์สะกดให้จับจ้องไปยังกลุ่มน้องๆนักเรียน ที่แสดงอย่างลื่นไหลและสมจริง
ทั้งนี้ พิธีเหยาเป็นความเชื่อและพิธีกรรม ในการรักษาสุขภาพของคนในชุมชนผู้ไทยที่สืบทอดมาแต่ครั้งบรรพกาล อันสืบเนื่องมาจากความเชื่อดั้งเดิมที่นับถือผี เป็นการทำพิธีเพื่อติดต่อระหว่างผีกับคน ให้ผีช่วยเหลือแก้ปัญหาความเดือดร้อนโดยเฉพาะการเจ็บไข้ได้ป่วย พบในพื้นที่แถบภาคอีสาน โดยจะนิยมทำในกลุ่มชาติพันธุ์ชาวภูไทหรือผู้ไทย เช่น จังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร และกาฬสินธุ์
พิธีกรรมนี้เป็นการเสี่ยงทาย เมื่อมีการเจ็บป่วยในครอบครัว โดยเชื่อว่าเป็นการกระทำของผี จึงต้องทำการเหยาเพื่อแก้ผี จะได้ทราบว่าผีต้องการหรือผู้ป่วยทำผิดผีอะไรจะได้ทำตาม เชื่อว่าหากแก้แล้ว อาการเจ็บป่วยก็จะหายเป็นปกติ
มูลเหตุที่ต้องมีการเหยา มาจากสภาพสังคมดั้งเดิมของชาวไทย ที่ไม่มีสถานพยาบาลรับรองความเจ็บป่วย ก่อให้เกิดความจำเป็นที่ต้องดิ้นรนหาที่พึ่งยามเจ็บไข้ได้ป่วย ส่วนใหญ่นั้นใช้สมุนไพรพื้นบ้าน ที่มีในท้องถิ่นในการรักษาและดูแลสุขภาพ ในอดีตการรักษาโรคภัยไข้เจ็บจำเป็นต้องอาศัยผีเป็นผู้วินิจฉัยโรคบอกวิธีรักษา
ปัจจุบันแม้มีการแพทย์แผนใหม่ ที่สามารถวินิจฉัยโรคได้ถูกต้อง แต่โรคบางโรคหรืออาการบางอย่างรักษาไม่หาย ผู้ป่วยไม่มีที่พึ่งจึงจำเป็นต้องพึ่งพิธีกรรม อย่างน้อยจะทำให้จิตใจผู้ป่วยดีขึ้น จึงจัดเป็นพิธีกรรมเพื่อสร้างขวัญ และกำลังใจกับผู้ป่วยเป็นหลัก เมื่อผู้ป่วยอยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต หรือผู้ป่วยหายจากโรคและอาการเจ็บป่วย ก็จะทำพิธีการเหยา ผู้ที่ทำพิธีการเหยาเรียกว่าหมอเหยา เป็นผู้ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษโดยปู่ย่า ตายาย แม่ เป็นหมอเหยามาก่อน ลูกก็จะสืบทอดการเป็นหมอเหยา แต่ในปัจจุบันการสืบทอดการเป็นหมอเหยา ได้เลือนหายไปจากสังคมของกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทยไปแล้ว ยังเหลือแต่หมอเหยาที่เป็นผู้อาวุโสของชุมชนเท่านั้น และการประกอบพิธีกรรมเหยายังคงเหลือให้เห็นเพียงแต่บางชุมชน เนื่องจากสังคมสมัยใหม่ ได้เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงขนบธรรมเนียมประเพณีบางอย่างของชาวผู้ไทย
ทั้งนี้ การเหยาเป็นการติดต่อสื่อสารของมนุษย์และวิญญาณ ซึ่งการติดต่อสื่อสารจะใช้ท่วงทำนองของดนตรี หรือที่ชาวผู้ไทยเรียกว่ากลอนลำ (หมอลำ) มีเครื่องดนตรีประเภทแคนประกอบการให้จังหวะ เป็นวิธีการติดต่อสื่อสารด้วยกลอนลำและทำนอง เรียกว่าการเหยา
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » ภูมิภาค
Top 5 ข่าวภูมิภาค
![]()
- “บิ๊กแจ๊ส” สั่งงดภาษีน้ำมัน 3 เดือน คืนส่วนลดถึงหัวจ่ายช่วยชาวปทุมฯ 1 เม.ย. 2569
- ซ้อนแผนรวบสแกมเมอร์จีน! หลอกยาย 79 สูญ 3 ล้าน ลวงซ้ำเงินสุดท้ายแต่โดนรวบทันควัน 1 เม.ย. 2569
- “สุวัจน์” เปิดงาน ‘Hua Hin Motor Show 2026’ พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษภายในงาน 1 เม.ย. 2569
- ลุยตรวจปั๊มกลางเมือง! พบกำไรพุ่ง 17% จ่อเรียกชี้แจง โทษหนักถึงคุก 1 เม.ย. 2569
- ทส.ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วยดับไฟป่าพื้นที่อำเภอปาย-เมืองแม่ฮ่องสอน 1 เม.ย. 2569
ข่าวในหมวดภูมิภาค
![]()
สองสามีภรรยาผงะ! ซื้อบ้านอยู่ 6 ปี เจอบ่อบาดาลลึก 200 เมตรกลางบ้านถูกปิดทับใต้กระเบื้อง ร้องหลายหน่วยงานไร้คำตอบ 20:00 น.- สุพรรณฯ ร้อนจัด! ไฟฟ้าลัดวงจรเผาบ้านไม้ 50 ปี วอดทั้งหลัง 19:46 น.
- คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปิดโครงการอบรมภาษาและอักษรล้านนาเพื่อการศึกษาวิทยาการ ครั้งที่ 2 19:42 น.
- อบจ. ปทุมธานี ระเบิดศึก โมโตครอส 2026 ปั้นหนองเสือฮับ Sport Tourism "น้องนีโม่" ฟอร์มดุพร้อมคว้าแชมป์ MX1 ในบ้านเกิด 19:38 น.
- "กร ทัพพะรังสี" เปิดสัมมนาการกุศล เพื่อเด็กพิเศษและคนพิการ EEC Business Connection ยกกำลัง 2 19:35 น.


