วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569 20:10 น.

ภูมิภาค

ผู้ว่าฯศรีสะเกษ กุมมือแน่นให้กำลังใจ "แม่พลทหารวุ้น" เผยทั้งน้ำตา สัญญากับลูกจะเข้มแข็งถ้าพลีชีพเพื่อชาติ

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.55 น.

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 สถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ยังคงอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดยหลายพื้นที่ยังมีการเผชิญหน้าและปะทะกันเป็นระยะ ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงยังคงตรึงกำลังเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง จากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ด้านสมรภูมิเนิน 350 ใกล้กับปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ส่งผลให้กองทัพไทยต้องสูญเสียกำลังพลเพิ่มอีก 2 นาย ได้แก่ จ่าสิบเอกเริง คลังประโคน และ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.3) รายงานระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถพบบริเวณร่างของทหารทั้งสองนายแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการช่วยเหลือ นำร่างออกจากพื้นที่การปะทะ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยและยังมีการเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจครอบครัวของพลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา ซึ่งเป็นชาวอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ หนึ่งในพื้นที่สีแดง 3 อำเภอ ที่ทางจังหวัดได้ประกาศให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่เป็นการเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัยจากสถานการณ์สู้รบปัจจุบัน ครอบครัวของพลทหารภานุพัฒน์ได้อพยพมาอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอวังหิน โดยได้รับการดูแลจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดอย่างไรก็ตาม ภายหลังจาก นางพิชญ์สินี เสาร์สา อายุ 41 ปี มารดาของพลทหารภานุพัฒน์ ทราบข่าวการเสียชีวิตของบุตรชาย ได้เกิดอาการช็อก ล้มทรุด และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในทันที แพทย์ระบุว่า นอกจากอาการอ่อนเพลียและความเครียดสะสมแล้ว ผู้เป็นแม่ยังมีภาวะซึมเศร้า ทำให้ต้องนอนพักรักษาตัวอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า

นางพิชญ์สินีได้กล่าวทั้งน้ำตากับผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ตนเคยสัญญากับลูกชายไว้แล้วว่า หากลูกต้องทำหน้าที่เพื่อชาติ หรือแม้ต้องสละชีพ แม่จะต้องเข้มแข็ง ดูแลตัวเอง กินข้าว กินยา และพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ร้องไห้ให้ใครเห็น เพราะไม่อยากให้ลูกเป็นห่วง

ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษได้กุมมือ พูดคุยให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้ทีมแพทย์และพยาบาลเฝ้าระวังอาการของผู้เป็นแม่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสภาพจิตใจยังอยู่ในภาวะเปราะบางอย่างมาก

ขณะที่ น.ส.สุชาวดี อินทวงศ์ อายุ 15 ปี น้องสาวของพลทหารภานุพัฒน์ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ครอบครัวติดตามข่าวสถานการณ์ชายแดนอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา และเมื่อทราบว่าพบร่างของพี่ชายแล้ว ก็รู้สึกโล่งใจขึ้น แม้จะยังเต็มไปด้วยความเศร้า

โดยเฉพาะคุณแม่ หลังทราบข่าวนี้ สีหน้าดูดีขึ้น เหมือนมีความหวังและแสงสว่างกลับมาอีกครั้ง แต่ครอบครัวยังอยากให้สามารถนำร่างของพี่ชายกลับมาได้โดยเร็ว เพราะหากต้องรออย่างไม่มีกำหนด อาการป่วยของแม่อาจทรุดลงอีกครั้ง

น.ส.สุชาวดี ยังฝากให้กำลังใจทหารไทยทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า ขอให้ปลอดภัย และอย่าเครียดจนเกินไป พร้อมทั้งอยากให้สถานการณ์ความขัดแย้งยุติโดยเร็ว เพื่อให้ทุกครอบครัวได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุข และได้ฉลองเทศกาลปีใหม่ร่วมกัน

นอกจากนี้ น้องสาวของพลทหารภานุพัฒน์ยังกล่าวด้วยความมุ่งมั่นว่า ตนตั้งใจจะสานฝันของพี่ชายต่อไป ด้วยการสมัครเข้ารับราชการทหาร เนื่องจากพี่ชายมีความฝันอยากเป็นนายสิบ แม้วันนี้จะไม่สามารถกลับมาทำตามความฝันได้แล้ว แต่ตนจะขอเดินตามเส้นทางนั้นแทน เพื่อสืบทอดอุดมการณ์และความเสียสละของพี่ชาย ผู้ยอมพลีชีพเพื่อชาติและแผ่นดินไทย

หน้าแรก » ภูมิภาค