วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569 20:07 น.

ภูมิภาค

สมุทรสงคราม เปิดเวทีรับฟังศึกษาพัฒนา "มอเตอร์เวย์ 82 บ้านแพ้ว–ปากท่อ" เน้นปลอดภัย ไม่กระทบเศรษฐกิจท้องถิ่น

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.43 น.

ที่โรงแรมริเวอร์ตัน จังหวัดสมุทรสงคราม นายรนัสถ์ชัย พุ่มเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานประชุมการศึกษาวิเคราะห์และจัดทำแผนพัฒนาโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 สายบางขุนเทียน-ปากท่อ ช่วงบ้านแพ้ว-ปากท่อ โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนเข้าร่วมรับฟังข้อมูลและแสดงความคิดเห็นกว่า 100 คน มีนายณัฐวุธ กองสุทธิ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์โครงการ นักเศรษฐศาสตร์ขนส่ง การวางผังเมืองและผังภาค นายครรชิต วิลัยศิลป์ ผู้ช่วยผู้จัดการโครงการ และ ดร.จำลอง สุทิน ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ให้ข้อมูลว่าโครงการดังกล่าว เป็นโครงข่ายคมนาคมสายหลักที่มีความสำคัญยิ่งเนื่องจากเชื่อมโยงกรุงเทพมหานครกับภาคใต้ รองรับการเดินทางของประชาชนและการขนส่งสินค้าที่มีปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบคมนาคม เชื่อมต่อกับเส้นทางหลักอื่นๆ และบรรเทาความแออัดบนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) ส่งผลให้การเดินทางและการขนส่งมีความสะดวก ปลอดภัย และมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

 

จึง เป็นโครงข่ายคมนาคมสายหลักที่มีความสำคัญเนื่องจากเชื่อมโยงกรุงเทพฯ กับภาคใต้ รองรับการเดินทางของประชาชนและการขนส่งสินค้าที่มีปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบคมนาคม เชื่อมต่อกับเส้นทางหลักอื่นๆ และบรรเทาความแออัดบนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) ส่งผลให้การเดินทางและการขนส่งมีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

 

ที่ผ่านมากรมทางหลวงได้ศึกษาความเหมาะสมและกำหนดรูปแบบเป็นโครงการก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 ระยะทางรวมประมาณ 75 กิโลเมตร และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร การก่อสร้างในพื้นที่ดังกล่าวยังเผชิญข้อจำกัดด้านกายภาพ โดยเฉพาะบริเวณที่มีสภาพการจราจรหนาแน่น และส่งผลต่อการบริหารจัดการพื้นที่

 

ด้วยเหตุนี้กรมทางหลวงจึงว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาและคณะทำงานเพื่อวิเคราะห์และจัดทำแผนพัฒนาโครงการช่วงบ้านแพ้ว-ปากท่อ เพื่อทบทวนความเหมาะสมของโครงการในด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสำรวจและออกแบบกรอบรายละเอียดของโครงการ พร้อมจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ทบทวนปีที่เหมาะสมในการเปิดให้บริการ เป็นต้น โดยกำหนดระยะเวลาการศึกษารวม 540 วัน มีพื้นที่ศึกษาโครงการอยู่ในแนวทางหลวงหมายเลข 35 ครอบคลุมจากแนวกึ่งกลางถนนออกไปข้างละ 500 เมตร พาดผ่าน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดราชบุรี และจังหวัดเพชรบุรี รวม 5 อำเภอ 19 ตำบล อยู่ภายใต้เขตการปกครองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 19 แห่ง การศึกษาให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรับทราบข้อมูล แสดงความคิดเห็น และสะท้อนข้อห่วงกังวลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

 

จากนั้นได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเวทีแสดงความคิดเห็น เช่น นางสาวตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว) สมุทรสงคราม นายวีระนิจ เหลืองรัตนเจริญ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสงคราม และนายเสนอ เต็มวิจิตร์ คณะกรรมการลุ่มน้ำและสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นต้น เสนอแนะ ข้อท้วงติง เรื่องที่เกี่ยวข้องคือ ความปลอดภัยในการก่อสร้างต่อผู้ใช้รถใช้ถนน และการใช้ช่องทางการเลี่ยงการจราจรขณะก่อสร้างที่จะต้องมีความสะดวกและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุด้วย ในส่วนของโครงสร้างขอให้เพิ่มเติมเรื่องคุณสมบัติของวัสดุที่ทนต่อน้ำเค็มเพราะจังหวัดสมุทรสงครามมีน้ำทะเลหนุนสูง รวมทั้งปัญหาดินเหลวที่อาจจะทำให้เกิดการยุบตัวได้ง่าย

 

นอกจากนี้ยังมีเรื่องการระบายน้ำที่จะต้องมีการขุดลอกเพื่อให้รองรับและสร้างทางน้ำที่ไม่กระทบต่อโครงสร้างเส้นทางในอนาคต อีกทั้งขอให้เพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างริมเขื่อน ใต้สะพาน และจุดต่อทางระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำกัดเซาะและน้ำทะเลหนุน ส่วนเรื่องเศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวที่อาจจะได้รับผลกระทบโดยตรงหากทางยกระดับดังกล่าวสร้างเสร็จจึงขอให้พิจารณาเรื่องการกำหนดจุดลงเพิ่มเติมมากกว่า 1 จุด เนื่องจากเกรงว่าสมุทรสงครามจะกลายเป็นทางผ่านที่ไม่มีนักท่องเที่ยวแวะมาเยือน ซึ่งเรื่องนี้คณะทำงานและผู้จัดเวที รับว่า ข้อคิดเห็นครั้งนี้จะนำไปสู่การพิจารณาเพื่อดำเนินการปรับแผนการดำเนินงานก่อนก่อสร้างที่เหมาะสมต่อไป

 

นายณัฐวุธ กองสุทธิ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์โครงการ นักเศรษฐศาสตร์ขนส่ง การวางผังเมืองและผังภาค กล่าวว่า การดำเนินงานขั้นตอนต่อไปจะเริ่มจากการเสนอแนะแนวคิดรูปแบบโครงการเบื้องต้นที่เป็นไปได้ และแนวทางการเลือกรูปแบบโครงการ ก่อนนำมาพิจารณาคัดเลือกรูปแบบที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากปัจจัยหลักและปัจจัยย่อยทั้งด้านวิศวกรรม ด้านเศรษฐกิจ การลงทุนและด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อได้รูปแบบโครงการที่เหมาะสมแล้ว จะดำเนินการออกแบบและจัดทำแบบกรอบรายละเอียดเบื้องต้น รวมถึงการออกแบบและประมาณราคาค่าก่อสร้างและค่าชดเชยการเวนคืน ควบคู่กับการศึกษาด้านจราจรและการขนส่ง การพัฒนาแบบจำลองการจราจร การวิเคราะห์ปริมาณจราจรและการขนส่ง รวมถึงการพิจารณาอัตราค่าผ่านทางที่เหมาะสมและเป็นธรรม พร้อมจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สรุปประเด็นที่มีนัยสำคัญ โดยจะจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อเสนอแนะไปประกอบการพัฒนาโครงการให้มีความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพื้นที่และประชาชนในระยะยาวต่อไป ท่านที่สนใจติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 สายบางขุนเทียน–ปากท่อ ช่วงบ้านแพ้ว–ปากท่อ ติดตามได้ทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ แผนพัฒนามอเตอร์เวย์ 82 บ้านแพ้ว-ปากท่อ

หน้าแรก » ภูมิภาค