วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 00:30 น.

ภูมิภาค

เปิดบ้านไม้เก่าวีรบุรุษเนิน 350 “พลทหารวุ้น” ป้าชี้รองเท้าคู่สุดท้าย–เผยหลานเข้าฝันก่อนพบร่าง

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.32 น.

จากเหตุปะทะอย่างรุนแรงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ด้านสมรภูมิเนิน 350 ใกล้ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ส่งผลให้กองทัพไทยสูญเสียกำลังพลเพิ่มเติม 2 นาย ได้แก่ จ่าสิบเอกเริง คลังประโคน และ พลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา หรือ “พลทหารวุ้น” สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้พบร่างทหารทั้งสองนาย และลำเลียงออกจากพื้นที่ปะทะไปยังโรงพยาบาลค่ายแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ เพื่อดำเนินการพิสูจน์ทราบอัตลักษณ์ ก่อนประกอบพิธีทางทหารอย่างสมเกียรติ

 

 

สำหรับ พลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยได้เคลื่อนย้ายร่างมาบำเพ็ญกุศลศพที่วัดกลาง ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 ธันวาคม 2568

ล่าสุด เช้าวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านของพลทหารวุ้น ที่บ้านตาเม็ง ตำบลห้วยติ๊กชู อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ พบเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวสภาพทรุดโทรม โดยมี นางอุไร ทัคเก้อ อายุ 45 ปี ป้าของพลทหารวุ้น คอยดูแลและเก็บข้าวของเครื่องใช้ของหลานชายด้วยความอาลัย พร้อมจุดธูปเทียนบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า หลานชายที่รักได้กลับคืนสู่บ้านแล้ว

 

 

นางอุไร เปิดเผยว่า ตนได้มาเก็บเสื้อผ้าและรองเท้าคู่โปรดของพลทหารวุ้น ซึ่งหลานชายเคยบอกว่าเป็นรองเท้าที่สวมใส่สบาย เหมาะกับการปฏิบัติภารกิจในสนามรบ พร้อมเล่าว่า ตนกับหลานชายสนิทกันมาก ทุกครั้งที่พลทหารวุ้นกลับจากปฏิบัติหน้าที่ มักมาใช้เวลาอยู่ที่บ้าน เป็นคนเข้มแข็ง และมักพูดเสมอว่าจะทำหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย

นางอุไรยังเล่าว่า หลังการรบครั้งแรก พลทหารวุ้นเคยกลับมาเล่าให้ฟังว่าถูกกระสุนเฉียดศีรษะ แต่โชคดีที่สวมหมวกนิรภัย จึงได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และยืนยันกับตนว่าอาการไม่รุนแรง

 

 

นอกจากนี้ นางอุไร เปิดเผยอีกว่า หลังทราบข่าวการเสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา พลทหารวุ้นได้มาเข้าฝันเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม โดยในฝันเห็นหลานชายมาปรากฏตัวบริเวณหน้าห้องน้ำ และบอกว่าถูกยิงเข้าที่หน้าอก ล้มลงและหมดสติไป พร้อมระบุว่า หากกองทัพไทยสามารถยึดเนิน 350 ได้สำเร็จ จึงจะพบร่างและนำกลับมาได้ เนื่องจากตนจะช่วยต่อสู้จนภารกิจสำเร็จ

 

 

เมื่อทราบข่าวว่ากองทัพไทยสามารถยึดเนิน 350 ได้ นางอุไรกล่าวว่า รู้สึกดีใจและขอขอบคุณทหารไทยแนวหน้าทุกนายที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่จนประสบความสำเร็จ พร้อมย้ำว่าภูมิใจอย่างยิ่งที่หลานชายได้สละชีวิตเพื่อชาติ และกลายเป็นวีรบุรุษของคนไทยทั้งประเทศ
ขณะเดียวกัน ที่ห้องประชุมสระกำแพงใหญ่ ชั้นศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้ประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดศรีสะเกษ (ภัยทางอากาศ/อันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังนอกประเทศ) เพื่อติดตามสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา รวมถึงการประเมินการให้ความช่วยเหลือประชาชนในศูนย์อพยพ และปัญหาอุปสรรคของศูนย์พักพิงในแต่ละพื้นที่

ภายหลังการประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษให้ข้อมูลว่า ได้สั่งการให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดศรีสะเกษ ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพที่พักอาศัยของพลทหารวุ้นแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินรายละเอียด และจะพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือในขั้นตอนต่อไป

 

หน้าแรก » ภูมิภาค