วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 06:08 น.

ภูมิภาค

เจ้าท่าภูเก็ต เผยไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ทท่าอ่าวฉลอง เสียหาย 23 ลำ รอพฐ.ตรวจสอบหาสาเหตุ

วันพุธ ที่ 07 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.38 น.

สำหรับความคืบหน้าเพลิงไหม้สปีดโบ๊ทนับสิบลำที่จอดเทียบท่าอยู่บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต เมื่อช่วงเวลา 04.00 น.วันที่ 7 ม.ค.69 โดยมีหน่วยดับเพลิงจากเทศบาลต่างๆ เช่น เทศบาลตำบลฉลอง เทศบาลตำบลราไวย์ เทศบาลตำบลกะรน ปภ.ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต(ศูนย์ไข่มุก)และ ศร.ชล.เขต 3 เข้าร่วมปฏิบัติการดับเพลิงอย่างเร่งด่วน

ล่าสุดเมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 7 ม.ค.69 นายกองเอก อดุลย์  ชูทอง  รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต  พร้อมด้วย นายอดุลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต นายเรวัต อารีรอบ นายก อบจ.ภูเก็ตพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลองและ พฐ.ภูเก็ตนำกำลังเข้าตรวจสอบสปีดโบ๊ทที่ถูกเพลิงไหม้จอดเกยตื้นอยู่บริเวณริมชายหาดท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต โดยยังคงมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำตามเครื่องยนต์และตัวเรือที่ถูกเพลิงไหม้อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันเพลิงกลับมาลุกไหม้อีกครั้ง เบื้องต้นพบเรือถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด 23 ลำ ค่าเสียหายยังไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ เนื่องจากแต่ละลำมีราคาแตกต่างกัน โดยมีตั้งแต่ราคา 3-12 ล้านบาท

นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า หลังจากจังหวัดได้รับแจ้งเหตุ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ในทันที จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เบื้องต้นทราบว่า ต้นเพลิงเกิดจากการระเบิดและลุกไหม้ขึ้นที่เรือสปีดโบ๊ทลำแรก ก่อนที่กระแสลมทะเลจะพัดพาเอาสะเก็ดไฟปลิวไปติดเรือสปีดโบ๊ทลำอื่น ๆ ที่จอดเทียบท่าอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วในส่วนซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบหาสาเหตุอยู่

ด้านนายอดุลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ตกล่าวว่า เพลิงไหม้สปีดโบ๊ทในครั้งนี้มีเรือที่ถูกเพลิงไหม้เป็นจำนวนมาก แต่เบื้องต้นที่เรานับได้มีจำนวน 23 ลำ บวกลบไม่เกิน 1-2 ลำ สำหรับเรือลำอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ ส่วนเรือที่ถูกเพลิงไหม้เราต้องควบคุมไว้ก่อน ขณะนี้ได้ประสานกับ สภ.ฉลองและ พฐ.จะกว่าจะแล้วเสร็จ ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายเศษซากออกจากชายหาด ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงน้ำลง จากนั้นเมื่อน้ำขึ้นจะมีการกั้นพื้นที่เกิดเหตุ
 

หน้าแรก » ภูมิภาค