วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 07:40 น.

ภูมิภาค

“ธรรมนัส” ลงชุมพร ประกาศปิดอ่าวไทย ดีเดย์ 15 ก.พ. คุ้มครองฤดูวางไข่สัตว์น้ำ

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.13 น.

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. ณ ท่าเทียบเรือประมงชุมพร ตำบลปากน้ำชุมพร อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน ในพื้นที่ทะเลอ่าวไทย ประจำปี 2569 พร้อมปล่อยขบวนเรือตรวจการออกปฏิบัติการในพื้นที่ เพื่อปกป้องและคุ้มครองทรัพยากรประมงชายฝั่งอ่าวไทย ซึ่งเป็นแหล่งวางไข่และแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำเศรษฐกิจหลายชนิด

โดยมีนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พี่น้องชาวประมง และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง

 

 

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ เปิดเผยว่า มาตรการปิดอ่าวไทยเพื่อคุ้มครองฤดูวางไข่และเลี้ยงตัวอ่อนของสัตว์น้ำ เป็นมาตรการสำคัญที่กรมประมงดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ครอบคลุมพื้นที่ทะเลอ่าวไทยตอนกลาง โดยกำหนดช่วงเวลาบังคับใช้ 2 ระยะ ได้แก่ ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่ปลายแหลมเขาม่องไล่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี และระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2569 ในเขตต่อเนื่องตามแผนที่แนบท้ายประกาศ

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวยึดหลักวิชาการ โดยมีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทรัพยากรและวิถีการทำประมงที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในปี 2568 มีการปรับปรุงประกาศเพิ่มเติม 4 ฉบับ เพื่อลดประสิทธิภาพการจับพ่อแม่พันธุ์ และเปิดโอกาสให้สัตว์น้ำได้ขยายพันธุ์ทดแทนในธรรมชาติอย่างสมดุล

 

 

ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังสิ้นสุดมาตรการ อัตราการจับสัตว์น้ำต่อหน่วยความพยายาม (CPUE) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสถิติการจับสัตว์น้ำในอ่าวไทยตอนกลาง เพิ่มจาก 198 กิโลกรัมต่อวัน ในปี 2567 เป็น 276 กิโลกรัมต่อวัน ในปี 2568 ขณะเดียวกันพบปลาทูขนาดเล็กเพิ่มขึ้น สะท้อนการฟื้นตัวของทรัพยากรสัตว์น้ำตามวงจรชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล เสริมสร้างความมั่นคงด้านรายได้ของชาวประมง และความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระยะยาว

สำหรับกิจกรรมภายในงาน นอกจากการประกาศใช้มาตรการอย่างเป็นทางการแล้ว ยังมีพิธีบวงสรวงพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยประธานในพิธีได้ปล่อยขบวนเรือตรวจการประมง จำนวน 14 ลำ ออกตรวจติดตามและเฝ้าระวังการทำประมงในพื้นที่

 

 

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อฟื้นฟูทะเลอ่าวไทย รวมทั้งสิ้น 502,300 ตัว ประกอบด้วยกุ้งกุลาดำ 500,000 ตัว และปลากระบอกดำ 2,300 ตัว พร้อมมอบแผ่นป้ายเงินอุดหนุนโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง ประจำปี 2569 ให้แก่องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นในจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และประจวบคีรีขันธ์ รวม 13 ชุมชน

 

 

ภายในงานยังจัดนิทรรศการให้ความรู้ด้านการประมง อาทิ ผลการประเมินมาตรการปิดอ่าวไทย ปี 2568 การจัดแสดงระยะไข่ปลาทู การควบคุมเรือประมงพาณิชย์ผ่านศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก ระบบติดตามเรือประมง (VMS) และแอปพลิเคชัน Fisheries Next รวมถึงนิทรรศการ “ทะเลหยุดพัก สตรีรักษ์คุณค่า แปรรูปสร้างราคา คืนความสมดุลอ่าวไทย” เพื่อส่งเสริมการสร้างรายได้ของกลุ่มแม่บ้านในช่วงปิดอ่าว และบูทจำหน่ายสินค้าประมงแปรรูปที่ได้รับตราสัญลักษณ์ประมงธงเขียว ซึ่งรับรองความสด สะอาด ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค