วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 02:28 น.

ภูมิภาค

ไฟไหม้อู่ต่อเรือยอร์ชทับสะแก วอดรับวาเลนไทน์ เสียหายกว่า 40 ล้าน

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.59 น.

ทับสะแก เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.ท.วินัย ลายละเอียด สารวัตรสอบสวน สภ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อู่ต่อเรือยอร์ช บริเวณชายทะเลทุ่งประดู่ หมู่ 2 ตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ

 

 

ในที่เกิดเหตุเป็นอู่ต่อเรือหลังคาเมทัลชีทขนาดใหญ่ พบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงภายในอู่ จนโครงหลังคาทรุดตัวลงมา กลุ่มควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ามองเห็นได้ไกลกว่า 1 กิโลเมตร ท่ามกลางความแตกตื่นของชาวบ้านในพื้นที่

เจ้าหน้าที่ระดมรถน้ำและรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลทับสะแก องค์การบริหารส่วนตำบลใกล้เคียง รวมเกือบ 10 คัน พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิ เข้าฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างเร่งด่วน แต่เนื่องจากกระแสลมแรง และภายในอู่มีสารเคมีและวัสดุที่ติดไฟง่าย ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

 

 

หลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบว่า เรือยอร์ช ตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับงานต่อเรือจำนวนมาก ถูกไฟไหม้เสียหายเหลือเพียงซาก ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท

จากการสอบถามพระสุพจน์ ซึ่งกำลังนั่งปฏิบัติธรรมอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ เล่าว่า ขณะนั่งปฏิบัติธรรมร่วมกับพระอีกรูปหนึ่ง ได้สังเกตเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นจากอู่ต่อเรือ จึงออกไปตรวจสอบและพบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่บริเวณใต้ท้องเรือยอร์ช พยายามนำน้ำใส่ถังช่วยดับไฟ แต่ไม่เป็นผล เนื่องจากลมกระโชกแรง ก่อนที่ไฟจะลุกลามเผาไหม้เรือทั้งลำอย่างรวดเร็ว จึงรีบให้ผู้ที่อยู่ใกล้เคียงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่

 

 

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า อู่ต่อเรือดังกล่าวเป็นของบริษัทเอกชนที่เช่าพื้นที่บริเวณชายทะเลทุ่งประดู่ เพื่อใช้ผลิตเรือยอร์ชขนาดใหญ่ โดยเรือยอร์ชที่ถูกเพลิงไหม้เป็นของชาวต่างชาติ สร้างด้วยวัสดุไฟเบอร์กลาส ขนาดประมาณ 3 ชั้น รองรับผู้โดยสารได้ราว 200 คน ใช้เวลาก่อสร้างมานานกว่า 3 ปี และอยู่ระหว่างขั้นตอนตกแต่งภายใน

ขณะเกิดเหตุไม่มีพนักงานหรือลูกจ้างปฏิบัติงานภายในอู่ เนื่องจากเป็นวันหยุด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดจะเข้าตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค