วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 05:27 น.

ภูมิภาค

ไทย–เมียนมาเปิดโต๊ะคุยไม่เป็นทางการ หลังเลือกตั้ง

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.25 น.

จังหวัดภูเก็ต – วันนี้ (18 ก.พ. 2569) สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารืออย่างไม่เป็นทางการกับ ตาน ส่วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา ระหว่างการประชุม Ministers’ Retreat ที่ ตรีสรา จังหวัดภูเก็ต เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางความสัมพันธ์ไทย–เมียนมา ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมา

การหารือครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของสถานการณ์เมียนมา โดยฝ่ายไทยมองว่า แม้การเลือกตั้งจะยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการเปลี่ยนผ่าน หากทุกฝ่ายหันหน้าเข้าสู่การพูดคุยและลดความรุนแรง

ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับเมียนมายาวกว่า 2,400 กิโลเมตร ไทยได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งด้านมูลค่าการค้าชายแดนกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งหลอกลวงออนไลน์ การลักลอบค้ายาเสพติด การเข้าเมืองผิดกฎหมาย รวมถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตามแนวชายแดน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการหารือนานกว่า 2 ชั่วโมงว่า ไทยย้ำจุดยืนต้องการเห็นสันติภาพและเสถียรภาพที่ยั่งยืนในเมียนมา ซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความมั่นคงชายแดน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความร่วมมือทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

ฝ่ายเมียนมาได้ชี้แจงความคืบหน้ากระบวนการเลือกตั้ง โดยระบุว่าการจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และคาดว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ก่อนเดือนเมษายน พร้อมยืนยันความตั้งใจเปิดกว้างต่อการพูดคุยเพื่อความปรองดองกับทุกฝ่าย ทั้งกลุ่มชาติพันธุ์และฝ่ายที่เรียกร้องประชาธิปไตย

ฝ่ายไทยย้ำว่า สันติภาพต้องเกิดจากการพูดคุยของทุกฝ่าย และพร้อมสนับสนุนให้เมียนมากลับมามีบทบาทในประชาคม อาเซียน อีกครั้ง โดยมองว่าช่วงหลังการเลือกตั้งอาจเป็น “จังหวะสำคัญ” ในการผลักดันฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนให้เกิดผลในทางปฏิบัติ หลังตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม นายสีหศักดิ์ย้ำว่า การหารือครั้งนี้ไม่ใช่การรับรองรัฐบาลทหารเมียนมา หรือการฟื้นฟูความสัมพันธ์ให้กลับสู่ภาวะปกติ แต่เป็นการใช้บทบาทของไทยในการสร้างปฏิสัมพันธ์ เปิดช่องทางการสื่อสาร และสนับสนุนกระบวนการพูดคุยปรองดอง ภายใต้หลัก “Myanmar-led, Myanmar-owned” หรือให้เมียนมาเป็นผู้นำและเป็นเจ้าของกระบวนการเอง

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องเพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด และการแก้ไขปัญหามลพิษทางแม่น้ำ รวมถึงการฟื้นฟูการค้าชายแดน โดยเฉพาะด่านแม่สอด–เมียวดี ซึ่งอยู่ระหว่างการซ่อมแซมถนนสายเอเชียไฮเวย์ (AH1) หากสถานการณ์มีเสถียรภาพมากขึ้น ก็มีแนวโน้มเปิดด่านเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน

ขณะเดียวกัน ยังมีการหารือถึงการส่งเสริมการลงทุนและการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนไทยในเมียนมา เพื่อฟื้นฟูความร่วมมือทางเศรษฐกิจควบคู่กับการสร้างเสถียรภาพในระยะยาว ซึ่งไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อเมียนมาเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเสถียรภาพของภูมิภาคโดยรวมด้วย

 

หน้าแรก » ภูมิภาค