ภูมิภาค
"หอไตรหนองขุหลุ" ปูชนียสถานแหล่งโบราณคดีที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
“หอไตรหนองขุหลุ” ตั้งอยู่ที่ หนองขุหลุ ภายในสวนสาธารณะหนองขุหลุ บ้านขุหลุ ตำบลขุหลุ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี (อยู่ในเขตเทศบาลตำบลตระการพืชผล) ห่างจากที่ว่าการอำเภอตระการพืชผลอละตลาดสดอำเภอตระการพืชผล ประมาณ 500 เมตร และ ห่างจากสำนักงานเทศบาลตำบลตระการพืชผล ประมาณ 400 เมตร เป็นอาคารหอไม้งานสถาปัตยกรรมแบบท้องถิ่นอีสาน
“หอไตรหนองขุหลุ” สร้างขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. 2459 – พ.ศ. 2461 วัตถุประสงค์ในการสร้างเพื่อเก็บคัมภีร์ใบลานและตำราทางพุทธศาสนาของวัดศรีโพธิ์ชัย (ตั้งอยู่ในตัวอำเภอด้านหน้าที่ว่าการอำเภอตระการพืชผล) ซึ่งมีเป็นจำนวนมากและจำเป็นต้องหาที่เก็บให้ปลอดภัยจากแมลงและสัตว์ตัวเล็กที่อาจมาทำให้เกิดความเสียหายได้ หลวงปู่สิงห์ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย และหลวงราษฎร์บริหาร ( สด กมุทมาศ ) นายอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานีในขณะนั้น จึงปรึกษาและเห็นพ้องกันว่าควรสร้างหอไตรกลางน้ำขึ้น ณ หนองขุหลุ ที่อยู่ห่างจากวัดศรีโพธิ์ชัย ประมาณ 500 เมตรเนื่องจากเป็นทำเลที่เหมาะสม จากนั้น จึงได้สร้างหอไตรดังกล่าวขึ้น ในหนองขุหลุ บ้านขุหลุ ตำบลขุหลุ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นหนองน้ำที่อยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่บ้านในสมัยนั้น ปัจจุบันหมู่บ้านได้พัฒนาเป็นตัวอำเภอตระการพืชผล
คำว่า “ขุหลุ” เป็นคำภาษาไทยถิ่นอีสาน คำว่า “ขุ” เพี้ยนเสียงมาจาคำว่า “ครุ” ซึ่งแปลว่ากระบุงที่เอาไว้ใส่ของมีไม้คานหาบ ส่วน “หลุ” แปลว่าทะลุ ซึ่งมีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาว่า ในอดีตมีเจ้าขุนเมืองท่านหนึ่งเดินทางผ่านมาจากถิ่นอื่น โดยนำเอาทองใส่ครุหาบมาด้วย เมื่อมาถึง ณ บริเวณที่เป็นหนองขุหลุขณะนี้ ครุที่ใส่ทองเอาไว้เกิดทะลุเป็นรู ทองก็หล่นลง แล้วทำให้ดินแถวนั้นยุบลงกลายเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งก็คือ หนองขุหลุ ในปัจจุบัน นั่นเอง
อีกตำนานหนึ่ง มีการเล่าขานสืบต่อกันมาว่า “หนองขุหลุ” เป็นหนองน้ำในตำนานพื้นบ้านอีสาน คำว่า “ขุหลุ” “ขุ”มาจากคำว่า “คุ” ในภาษาอีสาน หมายถึง ถังสำหรับตักน้ำหรือใส่ของ ส่วน “หลุ” แปลว่า ทะลุ และ ขุหลุนั้นมีความเกี่ยวข้องกับตำนานเรื่องเล่าและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเรื่อง คันธนาม เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า คันธนามและแม่ได้หาบทองคำมาจากขุมคำ (ห่างจากหนองขุหลุไปทางทิศเหนือประมาณ 35 กม.) จนมาถึงหนองน้ำแห่งหนึ่งเป็นหนองใหญ่ มีน้ำใสสะอาด ทั้งสองจึงได้พักผ่อนเอาแรง คันธนามได้บอกแม่ให้ไปตักน้ำหนองนั้นมาดื่ม นางได้เททองคำออก แล้วนำคุไปตักน้ำ คุได้หลุดออกจากไม้คาน นางจึงได้เอาไม้คานลงควานหาคุ หัวไม้คานไปโดนก้นคุหลุ (ทะลุ) ภายหลังจึงเรียกหนองน้ำนั้นว่า หนองคุหลู และเพี้ยนมาเป็น หนองขุหลุ
ตัวอาคาร หอไตรกลางน้ำหนองขุหลุ เป็นสถาปัตยกรรมแบบพื้นถิ่นอีสานที่มีความงามเรียบง่าย โดยฝีมือช่างท้องถิ่น ประกอบด้วยอาคารไม้ยกพื้นสูง รองรับด้วยเสาไม้ 25 ต้น ทำจากไม้พรรณชาติ เรียงเป็นแถว 5 แถว แถวละ 5 ต้น ดัวอาคารเป็นเรือนไม้แบบเครื่องสับ หลังคามี สองส่วน คือส่วนบนเป็นทรงจั่ว ส่วนชั้นล่างทำเป็นหลังคาปีกนก (พะไร) ปัจจุบันมุงกระเบื้องดินเผา ส่วนประดับหลังคาคือตัวเหงาไม้แกะสลักรูปนาค ช่อฟ้า (โหง่) รวยระกา และคันทวย แกะสลักเป็นลายก้านขด คล้ายเลข ๑ ไทยซ้อนกันและหันหัวแย้งกันสามชั้น โดยรอบอาคารตีไม้เข้าลิ้นในแนวตั้ง ทรวดทรงอาคารแผ่กว้าง หลังคาสูงทิ้งชายคาลาดต่ำ ให้ความรู้สึกสงบนิ่งและสมดุล ภาย ในเป็นห้องทึบสำหรับเก็บคัมภีร์ใบลาน มีประตูทางเข้าทางด้านทิศใต้ทางเดียว ส่วนที่ใช้ประดับตกแต่ง ที่เป็นช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และคันทวย ทำด้วยไม้แกะสลักลวดลาย แสดงถึงฝีมือช่างพื้นถิ่นในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ในปี 2547 หอไตรกลางน้ำหนองขุหลุ ยังได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น จากกรมศิลปากร อีกด้วย
เดิมที หอไครกลางน้ำหนองขุหลุ จะไม่มีสะพานเชื่อมติดต่อ เมื่อก่อนพระต้องพายเรือเข้าไปเพื่อนำคัมภีร์ใบลานและตำราทางพุทธศาสนาของวัดศรีโพธิ์ชัยเข้าไปเก็บยังหอไตร จนกระทั่งปี พ.ศ.2517 ฟ้าผ่าเสาแถวแรกด้านทิศตะวันตกสุด ทางวัดศรีโพธิ์ชัยจึงได้จัดงบประมาณเพื่อมาเปลี่ยนเสาในปีนั้นเลย ต่อมาในปี พ.ศ.2519 ได้สร้างสะพานไม้เข้าชมหอไตร และปี พ.ศ.2524 ฟ้าได้ผ่าเสาแถวแรกด้านทิศตะวันออกสุดในเวลากลางคืนอีกจนเกิดไฟลุกไหม้ แต่ฝนตกหนักจึงทำให้ไฟดับลง วันต่อมาทางวัดก็เปลี่ยนเสาต้นที่ถูกฟ้าผ่าเสียหายนั้นออกจนแล้วเสร็จ ต่อมาสะพานไม้ที่เชื่อมหอไตรได้ชำรุดทรุดโทรม ทางราชการและชาวบ้านจึงได้สร้างสะพานใหม่ในปี พ.ศ. 2544 จนสามารถเดินเข้าชมหอไตรกลางน้ำได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นกว่าเดิม
สำหรับตัวอาคารหอไตร ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์สืบต่อกันมา ครั้งล่าสุด คือ ในปี พ.ศ.2542 บูรณะและดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 8 อุบลราชธานี กรมศิลปากร สำหรับคัมภีร์โบราณและหีบพระธรรมได้ถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่อุโบสถวัดศรีโพธิ์ชัย บ้านขุหลุ ตำบลขุหลุ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี (ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับที่ว่าการอำเภอตระการพืชผล)
นอกจากนี้ความสำคัญของหอไตรหนองขุหลุ นอกจากจะเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นแล้ว ยังนับเป็นปูชนียสถานที่เรียกว่า “ธรรมเจดีย์” การอนุรักษ์หอไตรหนองขุหลุ จึงเป็นยิ่งกว่าการอนุรักษ์มรดกสถาปัตยกรรม แต่เป็นการสืบทอดพระศาสนาให้ดำรงอยู่เป็นสรณะของชาวพุทธที่ยั่งยืนสืบไปอีก ประการหนึ่งด้วย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » ภูมิภาค
Top 5 ข่าวภูมิภาค
![]()
- ราชสีมาวิทยาลัยระดมทุน 3.6 ล้าน ส่งวงโยธวาทิตลุยเวทีโลก 29 พ.ค. 2569
- สลด! เก๋งหมอพุ่งเสียบราวเหล็กบายพาสชะอำ ดับ 2 สาหัส 1 29 พ.ค. 2569
- ปกครองขุนยวมสนธิกำลัง ลุยจับร้านขายน้ำกระท่อมบรรจุขวด 29 พ.ค. 2569
- ระทึก! จยย.นักเรียน ม.4 พุ่งชนรถตู้รับส่งเด็ก 12 ชีวิตหวิดคว่ำ 29 พ.ค. 2569
- หัวหินจัดใหญ่! เปิดเทศกาลพลุ “Hua Hin Fire Wave Fest 2026” สุดตระการตาริมทะเล 29 พ.ค. 2569
ข่าวในหมวดภูมิภาค
![]()
ขอนแก่นเปิดศึกเรือเร็วโลก “BGC Powerboat Grand Prix 2026” ดันบึงหนองโคตรสู่แลนด์มาร์กกีฬา 21:15 น.- รอง ผบ.ตร.ลุยเกาะพะงัน ทลายนอมินีต่างด้าวรอบ 2 ยึดที่ดินตรวจสอบอื้อ 21:09 น.
- ฝนถล่มชุมพร กระบะขนญาติเสียหลักชนสนั่น ดับ 6 ศพ 20:59 น.
- “หัวหิน” คึกคัก! เต้นมันส์ สนั่นราง โชว์สเต็ปแอโรบิคแน่นสถานีรถไฟหัวหิน 20:40 น.
- รวบยกแก๊งวัยรุ่นไล่ยิงกลางเมือง เด็ก 14 รับออมเงินซื้อปืนออนไลน์ 20:35 น.


