วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 01:48 น.

ภูมิภาค

กระบะผ่าไฟแดงชนยับรถขาดครึ่ง! ดับ 5 ศพสาหัส 4

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.32 น.

อุบัติเหตุหมู่สุดสลด! วงจรปิดจับภาพกระบะซิ่งฝ่าไฟแดงพุ่งชนวินาศเยี่ยงหนังสงคราม รถขาดครึ่งท่อน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 5 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 4 ราย บริเวณแยกไฟแดงวัดจันทนาราม จ.ชัยนาท

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 22 ก.พ. 2569 ว่าที่ พ.ต.ต.โสธร สุขแก้ว สว.(สอบสวน) สภ.สรรคบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรุนแรงบริเวณสี่แยกไฟแดงวัดจันทนาราม ม.1 ต.ห้วยกรด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท จึงรุดตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาทและแพทย์เวร รพ.สรรคบุรี

 

 

ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 5 ราย ร่างกระจัดกระจายเกลื่อนถนน มีบาดแผลฉกรรจ์และกระดูกหักหลายแห่ง เจ้าหน้าที่เร่งนำส่ง รพ.สรรคบุรี และ รพ.สรรพยา โดยต่อมา น.ส.สุพัตรา คล้ายทอง อายุ 25 ปี หนึ่งในผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ใกล้กันพบผู้เสียชีวิตคาที่ในจุดเกิดเหตุอีก 4 ราย ทราบชื่อคือ 1. นายวัชพล สูงงาม อายุ 28 ปี (คนขับรถกระบะคันก่อเหตุ) 2. น.ส.ณัฐพร นามี อายุ 23 ปี 3. น.ส.จารุวรรณ สิงหา อายุ 26 ปี และ 4. น.ส.ธิติมา กลิ่นทอง อายุ 24 ปี ทั้งหมดเป็นชาว อ.สรรคบุรี สภาพศพกระดูกหักและแขนขาผิดรูปอย่างน่าสยดสยอง

ตรวจสอบรถคันก่อเหตุเป็นรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว ทะเบียน 3ฒผ606 กรุงเทพมหานคร สภาพพังยับเยินจนรถขาดครึ่งท่อน ท่ามกลางเสียงร้องไห้ระงมของญาติและเพื่อนสนิทที่รุดมายังที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า รถกระบะคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็วสูงก่อนจะพุ่งชนเสาไฟสัญญาณจราจรจนเสียหาย จากนั้นพุ่งชนท้ายรถกระบะรับ-ส่งคนงานอย่างจัง ก่อนจะเสียหลักไปชนเสาไฟฟ้าข้างทางจนรถหมุนเคว้งไปกระแทกกับรถกระบะที่จอดอยู่อีกคัน ส่งผลให้ผู้อยู่บนรถกระเด็นตกจากรถคนละทิศละทางจนกลายเป็นอุบัติเหตุหมู่สลด

 

 

นายปัญญาชน ธูปบูชา อายุ 43 ปี คนขับรถกระบะรับ-ส่งคนงาน เล่าด้วยอาการตกใจว่า ตนกำลังขับรถพนักงานรวม 4 คน ออกตัวตามปกติเมื่อเห็นสัญญาณไฟเขียว แต่จู่ๆ รถคู่กรณีซึ่งขับมาจากทางเขื่อนเจ้าพระยาได้ซิ่งฝ่าไฟแดงมาชนท้ายรถตนอย่างรุนแรง โชคดีที่ฝั่งตนไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่ นางวัชรินทร์ คุ้มจุ่น อายุ 53 ปี แม่ค้าขายข้าวหลามใกล้ที่เกิดเหตุ เผยว่า ช่วงเกิดเหตุกำลังเตรียมของขาย จู่ๆ ได้ยินเสียงดังสนั่นเหมือนฟ้าผ่า เมื่อหันไปดูพบคนนอนนิ่งกระจายเต็มถนน เศษซากรถและข้าวของกระเด็นมาถึงหน้าร้าน โดยไม่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือแม้แต่คำเดียว

ด้านมารดาหนึ่งในผู้เสียชีวิต เผยทั้งน้ำตาว่า ลูกสาวทำงานเสร็จช่วงตี 1 และเดินทางเข้าไปในตัวเมืองต่อกับกลุ่มเพื่อน ขากลับกำลังจะถึงบ้านอยู่แล้วแต่กลับมาประสบเหตุเสียชีวิตก่อน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรอให้ผู้บาดเจ็บอาการดีขึ้นก่อนจะเข้าสอบปากคำอย่างละเอียด พร้อมดำเนินการตรวจชัณสูตรหาปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดของคนขับ เพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

หน้าแรก » ภูมิภาค