วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 13:37 น.

ภูมิภาค

เปิดตำนานเส้นทางขอมโบราณ วัดดงเฒ่าเก่า ป่าศักดิ์สิทธิ์เมืองอำนาจเจริญ

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.14 น.

อำนาจเจริญ — เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูร้อน สภาพอากาศโดยทั่วไปร้อนอบอ้าว หลายคนเริ่มมองหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจหรือแหล่งท่องเที่ยวที่ร่มรื่นเพื่อคลายร้อน ขณะที่อีกไม่น้อยเลือกเข้าวัดฟังธรรม ท่ามกลางธรรมชาติและร่มเงาไม้ใหญ่ที่ช่วยให้บรรยากาศเย็นสบาย

หนึ่งในสถานที่ที่ได้รับความสนใจคือ วัดดงเฒ่าเก่า ตั้งอยู่ในตำบลนาหมอม้า อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองอำนาจเจริญ การเดินทางเริ่มจากถนนอรุณประเสริฐ สายอำนาจเจริญ–กรุงเทพมหานคร ระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร ถึงสี่แยกไฟแดงกุญชร จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนสายรองอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ก่อนถึงตำบลนาหมอม้าประมาณ 2 กิโลเมตร จะพบป้ายบอกทางเข้าวัดดงเฒ่าเก่าอย่างชัดเจนทางด้านขวามือ

 

 

เมื่อเลี้ยวเข้าถนนคอนกรีตเสริมเหล็กอีกประมาณ 500 เมตร จะถึงพื้นที่วัด ซึ่งปกคลุมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ให้ความสงบร่มรื่น มีลมพัดเย็นตลอดทั้งวัน เสริมด้วยเสียงจิ้งหรีด จักจั่น เรไร และนกนานาชนิด ช่วยขับกล่อมบรรยากาศให้เกิดความผ่อนคลายและสงบใจแก่ผู้มาเยือน

ตามตำนานเล่าขาน ก่อนการก่อตั้งเป็นวัด วัดดงเฒ่าเก่าเคยเป็นเส้นทางเดินทางของชนชาวขอมโบราณเมื่อหลายร้อยปีก่อน ซึ่งเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ตามแนวชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ทุกครั้งที่มีการพักค้างแรม ชาวขอมจะสร้างสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ส่งผลให้ปัจจุบันยังคงปรากฏหลักฐานทางโบราณคดี อาทิ ใบเสมา พระพุทธรูป กำแพง และโบราณวัตถุอื่นๆ
ต่อมา เจ้าอาวาสวัดดงเฒ่าเก่าได้ออกเดินธุดงค์ไปในหลายพื้นที่ ทั้งในประเทศไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กัมพูชา และเมียนมา ก่อนจะเดินผ่านผืนป่าแห่งนี้และเห็นว่าเหมาะสมแก่การปฏิบัติธรรม จึงปักกลดจำพรรษาอยู่ ณ บริเวณดังกล่าว ภายหลังชาวบ้านตำบลนาหมอม้าทราบข่าว จึงร่วมกันบริจาคทุนทรัพย์ก่อสร้างกุฏิ อุโบสถ และเสนาสนะต่างๆ จนกลายเป็นวัดดงเฒ่าเก่า สังกัดคณะธรรมยุต บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่

 

 

เนื่องจากพื้นที่วัดยังคงมีต้นไม้ขนาดใหญ่หลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ในอดีตจึงเคยตกเป็นเป้าของขบวนการลักลอบตัดไม้ รวมถึงกลุ่มผู้แสวงหาวัตถุมงคลที่แอบเข้ามาขุดค้นกรุสมบัติ กระทั่งเกิดเหตุลักขโมยพระนารายณ์และพระพิฆเนศเนื้อสัมฤทธิ์อายุนับร้อยปี ซึ่งตั้งอยู่หน้าพระประธานในศาลาการเปรียญ ก่อนจะนำมาคืนในเวลาต่อมา หลังผู้ก่อเหตุเชื่อว่ามีสิ่งลี้ลับตามไปทวงคืนถึงบ้าน

ชาวบ้านยังเล่าต่อกันว่า ผู้ที่ลักลอบตัดไม้หรือกระทำการลบหลู่ป่าศักดิ์สิทธิ์ บางรายประสบเคราะห์กรรมถึงขั้นเสียสติ ทำให้ปัจจุบันไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาลักลอบตัดไม้หรือขุดหาของเก่าอีก

สำหรับพุทธศาสนิกชนที่มีจิตศรัทธา นิยมเดินทางมากราบไหว้ขอพร “หลวงพ่อศิลาพันปี” อย่างต่อเนื่อง เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองในการดำเนินชีวิต โดยหลวงพ่อศิลาพันปีถูกขุดพบในบริเวณก่อสร้างอุโบสถ เมื่อจอบขุดกระทบส่วนขา ชาวบ้านจึงช่วยกันขุดจนพบพระศิลาโบราณฝังอยู่ใต้ดิน และอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานไว้ในมณฑป

 

 

บริเวณเดียวกันยังพบไหโบราณจำนวน 3 ใบ และแผ่นศิลาที่สลักลวดลายศิลปะขอมโบราณ อายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี วัดได้จัดพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านโบราณวัตถุ สำหรับเด็ก เยาวชน และผู้สนใจทั่วไป

นอกจากนี้ หากเดินตามทางด้านทิศเหนือของวัดประมาณ 200 เมตร จะพบกลุ่มใบเสมาธรรมจักรจำนวนมาก บางส่วนโผล่ขึ้นจากพื้นดินเพียงครึ่งใบ ขณะที่บางใบยังคงสภาพสมบูรณ์ สะท้อนคุณค่าทางประวัติศาสตร์ได้อย่างชัดเจน

 

 

อีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวบ้านกล่าวขาน คือปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับ หลวงพ่อบุญนำ หรือพระครูจิตตปาลคุณ เมื่อครั้งตัดเกศาแล้วปรากฏว่าเส้นผมไหลมารวมกันเป็นก้อนสีดำ ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นนิมิตแห่งบารมี จึงนำเกศาบรรจุผอบแจกจ่ายแก่ผู้มีศรัทธา

ทั้งนี้ หลวงพ่อบุญนำยึดหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นแนวทางในการเทศนา เน้นการทำความดี การสร้างกุศล และการรักษาศีล 5 ซึ่งศิษยานุศิษย์เชื่อว่าเป็นหนทางนำไปสู่ความสงบสุขอย่างแท้จริง

 

สนธยา ทิพย์อุตร / รายงาน

 

หน้าแรก » ภูมิภาค