วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 16:11 น.

ภูมิภาค

ยังหวังกล้าธรรมร่วมรัฐบาล "ผู้ใหญ่ไก่" เดินสายเยี่ยมเยือนชาวบ้านผู้ถือครองที่ดิน สปก.

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.52 น.

วันที่ 26 ก.พ.69 เวลา 10.30 น. ที่โรงผลิตเฟอร์นิเจอร์ชุมชนกลางซอยลิเก ถ.พระยาศรีสุนทร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ทางสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.ฉะเชิงเทรา ได้นำคณะเจ้าหน้าที่เดินทางลงพื้นที่มารับลงทะเบียนแจ้งสิทธิ์การครอบครองในฐานะผู้เช่า จากประชาชนที่อยู่อาศัยภายในซอยดังกล่าวจำนวนหลายร้อยคน ที่ต่างสนใจนำเอกสารมายื่นแสดงตนลงทะเบียนหรือเปลี่ยนสิทธิ์ชื่อผู้เช่าในแปลงที่ดิน สปก.

โดยนายณัฐ วงศาโรจน์ นิติกรปฏิบัติการ สำนักงาน สปก.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า การเดินทางลงพื้นที่มาในวันนี้เป็นการลงพื้นที่มาเพื่อรับคำร้อง แจ้งการถือครองที่ดิน สปก. ตามระเบียบข้อ 12 ของ สปก. โดยเป็นการรับแจ้งการถือครองในที่ดิน โดยไม่ได้รับอนุญาตในกรณีที่ดินของเอกชน โดยเฉพาะใน ต.หน้าเมือง ฉะเชิงเทรา ที่ดินส่วนใหญ่จะเป็นของเอกชน โดยจะลงพื้นที่มารับคำร้องยังภายในซอยลิเกเป็นเวลา 2 วัน คือ ในวันนี้ 26 ก.พ.69 และพรุ่งนี้ 27 ก.พ.69

ซึ่งเป็นการมารับแจ้งเป็นคำร้องไว้ว่า คนที่เข้าทำประโยชน์ในสัญญาที่เป็นชื่อของผู้อื่น ซึ่งมีทั้งรับจากญาติและรับจากการขายแบ่งซอยให้กัน มีการเข้ามาสร้างบ้านเรือนอยู่อาศัย ซึ่งส่วนใหญ่ภายในเขตตัวเมืองฉะเชิงเทรานั้น จะเป็นที่ดินที่ใช้ทำการสร้างที่อยู่อาศัยแล้วทั้งหมด ซึ่งในการแจ้งถือครองในครั้งนี้จะเป็นการเปลี่ยนสัญญาเช่าให้เป็นชื่อของคนรับ เนื่องจากที่ดินตรงบริเวณนี้ส่วนใหญ่จะเป็นที่ดินที่ให้เกษตรกรเข้าทำประโยชน์เช่า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของการเปลี่ยนคน ที่ไม่ได้เป็นเครือญาติและสามารถเปลี่ยนผู้เช่าได้

โดยที่ดินเอกชนนั้นจะมี 2 แบบ คือ ที่ดินพระราชทานและที่ดินจากที่ สปก.จัดซื้อ หากเป็นที่ดินพระราชทานจะได้แค่ทำสัญญาเช่า และจะไม่สามารถที่จะพัฒนาให้เป็นสัญญาเช่าซื้อหรือจะพัฒนาเป็นโฉนดจากทางกรมที่ดินได้ แต่หากเป็นที่ดินที่ สปก.จัดซื้อมานั้น จะสามารถพัฒนาจากสัญญาเช่าเป็นเช่าซื้อและเป็นที่ดินโฉนดของกรมที่ดินได้ โดยเป็นกรรมสิทธิ์ของทาง สปก. ซึ่งในวันนี้ได้มารับคำร้องในส่วนของ ผู้ครอบครองที่ดินขนาดไม่เกิน 1 ไร่

ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของการสร้างบ้าน ขนาดประมาณ 20-30 ตรว. และอาจจะมีเกินกว่า 1 งานมาบ้างเป็นบางราย ซึ่งส่วนใหญ่พื้นที่มีสภาพเป็นที่อยู่อาศัยแล้วทั้งหมด ไม่ได้มีการทำเป็นพื้นที่เกษตรกรรม แต่ไม่ผิดเงื่อนไขและทุกอาชีพก็สามารถเข้ามาแจ้งได้ กรณีในเคสลักษระนี้ นายณัฐ กล่าว   

ขณะเดียวกัน ระหว่างการตั้งโต๊ะเปิดรับลงทะเบียนแจ้งสิทธิ์ของทาง จนท. ได้มีนายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ อดีต นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา 4 สมัยต่อเนื่อง 21 ปี และยังเป็นแกนนำคนสำคัญในการนำทีมผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคกล้าธรรม ชนะการเลือกตั้งได้ถึง 3 ที่นั่งจาก 4 เขตเลือกตั้งใน จ.ฉะเชิงเทรา ได้เดินทางเข้ามาเยี่ยมเยือน ปชช. ที่กำลังพากันทยอยเข้ามาลงทะเบียนแจ้งสิทธิ์การครอบครอง พร้อมกับกล่าวผ่านทางเครื่องขยายเสียงว่า หาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะจัดทำให้ที่ดิน สปก. ออกเป็นโฉนดให้ได้ในทันที

แต่ในขณะนี้จะได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ หรือจะได้ตำแหน่ง รมว.กระทรวงเกษตรฯ หรือไม่ แต่ถ้าหากได้ร่วม รบ. และได้นั่งกระทรวงเกษตรฯ ก็จะสามารถออกโฉนด สปก.ให้ทุกคนได้มีที่อยู่อาศัย พร้อมกับกล่าวขอโทษต่อ ปชช.ด้วยว่า ตนเองไม่ได้มีตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่เป็นสมาชิกพรรคกล้าพูดกล้าธรรม หากมีสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อคนในพื้นที่ ตนก็พร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ และขอฝากไปยัง จนท. สปก.ด้วย ให้ทำหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด

ถึงในขณะนี้ไม่ได้เป็น นายก อบจ.ฉะเชิงเทราแล้ว ก็ยังพร้อมที่จะช่วยเหลือพี่น้อง ปปช.ทุกคน ที่ได้รับความยากลำบาก โดยพี่น้อง ปชช.ไม่ว่าจะเป็นลูกเด็กเล็กแดงหรือคนยากจน ก็ล้วนแต่เป็นเจ้านายของตนเองทั้งนั้น และอยากขอฝากทางรัฐบาลให้ช่วยดูแลช่วยเหลือพี่น้อง ปชช.ชาว จ.ฉะเชิงเทรา ในเรื่องที่ดิน สปก. และขอฝากไปยัง รมว.เกษตรและสหกรณ์ด้วย ให้ช่วยออกโฉนดให้แก่เขา เพราะแต่ละคนนั้นมีเนื้อที่ดินอยู่อาศัยไม่มากเพียงคนละ 1-2 งานเท่านั้น รวมถึงผู้ที่เป็นเกษตรกรทำสวนยาง ผู้มีแปลงที่ดินขนาดใหญ่นับ 10 ไร่ด้วย

จึงฝากขอความเมตราไปยังรัฐบาลและ รมว.เกษตรฯ ด้วย เพราะส่วนใหญ่ผู้ที่ถือครองที่ดิน สปก.จะเป็น ปชช.ที่ยากจนทั้งนั้น ตนจึงขอส่งเสียงนี้เป็นตัวแทนจากทางชาวบ้าน จ.ฉะเชิงเทราในครั้งนี้ด้วย ส่วนความหวังว่าถ้าหากทีมงานได้อยู่กับทางฝ่ายรัฐบาล และได้เข้าไปดูแลกระทรวงเกษตรฯ ที่เขาบอกว่าจะเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะในวันที่แกนนำพรรคได้เข้ามาปราศรัยต่อหน้าพี่น้องประชาชนถึงในพื้นที่ บนเวทีปราศรัยหาเสียงท่ามกลางผู้คนนับพันหรือหมื่นๆ คน แต่หากไม่ได้เป็นรัฐบาลก็อยากจะขอฝากรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองอื่น ให้ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน สปก.ด้วย

และหลังจาก ร.อ.ธรรมนัส กลับมาจากต่างประเทศแล้วนั้น จะไปในทิศทางใดยังไม่กล้าที่จะไปวิจารณ์อะไร และไม่ทราบว่าจะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ แต่ถ้าหากฝั่งทางไหนได้เป็นรัฐบาลแล้ว ก็ถือเป็นผู้แทนของ ปชช.ทั้งหมด แม้ใครได้เป็นก็ขอฝากพี่น้องประชาชนไว้ด้วย ไม่ใช่แต่เฉพาะแค่ชาว จ.ฉะเชิงเทราเท่านั้น รวมถึงชาวไทยทั้งประเทศด้วย ที่มีที่ดิน สปก. แม้จะมีกระแสข่าวจากบางแห่งที่ออกมาว่า จะมีการจับขั้วกันของพรรคแดง ส้ม เขียวและฟ้าจัดตั้งรัฐบาลนั้น ก็อาจเป็นไปได้แต่ไม่ขอวิจารณ์อะไรในขณะนี้เพราะตนไม่ทราบเรื่องนี้จริงๆ นายกิตติ กล่าว
 

หน้าแรก » ภูมิภาค