วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 16:36 น.

ภูมิภาค

ญาติทหารขาขาดรายที่ 5 สะเทือนใจซ้ำ เหยียบทุ่นระเบิดเพิ่มเป็นรายที่ 13

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.16 น.

อำเภอละหานทราย-ญาติทหารที่ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดจนขาขาดเป็นรายที่ 5 เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ต่างรู้สึกสะเทือนใจและหดหู่ขึ้นอีก หลังทราบข่าวมีทหารไทยประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดจนขาขาดเพิ่มเป็นรายที่ 13 โดยระบุว่าไม่อยากเห็นเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก และขอให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งยุติความสูญเสีย ไม่อยากได้ยินข่าว “ขาที่ 14” พร้อมเรียกร้องให้พิจารณามาตรการดูแลความปลอดภัยตามแนวชายแดนอย่างจริงจัง

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่า เวลา 06.44 น. วันเดียวกัน พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ สังกัดหน่วย ร้อย.ร.233 (ร.23 พัน.3) ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ภายในฐานปฏิบัติการเอราวัณ บริเวณพื้นที่ช่องระยี อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ส่งผลให้ขาขวาขาด ขณะที่แขนซ้ายและขาซ้ายได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด อาการสาหัส

 

 

เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นทหารรายที่ 13 ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากทุ่นระเบิด นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 และยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดของทหารและประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของ สิบเอกธีรพล เพียขันที อายุ 48 ปี ทหารพราน ชาวอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทหารที่ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดบริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ฝั่งพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ส่งผลให้ขาซ้ายขาด นับเป็นทหารรายที่ 5 ในเหตุลักษณะเดียวกัน

 

 

นางสาคร เพียขันที อายุ 79 ปี มารดาของสิบเอกธีรพล เปิดเผยความรู้สึกว่า หลังทราบข่าวมีทหารไทยประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดเพิ่มเป็นรายที่ 13 รู้สึกเจ็บปวดและหดหู่ใจอย่างมาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็รู้สึกเห็นใจและเสียใจอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อเกิดขึ้นกับบุตรชายของตนเอง ยิ่งสะเทือนใจและยากจะบรรยาย พร้อมยอมรับว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทำให้รู้สึกโกรธและไม่สบายใจต่อสถานการณ์ตามแนวชายแดน

นางสาครยังฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ ขอให้พิจารณามาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มข้น รวมถึงการบริหารจัดการด่านชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำอีก พร้อมสะท้อนความเห็นต่อแนวนโยบายบางประการที่เห็นว่ายังไม่เป็นธรรมต่อประชาชนไทย ขณะที่อาการของบุตรชายขณะนี้ดีขึ้นตามลำดับ แต่อยู่ระหว่างการฝึกเดินด้วยขาเทียม

 

 

ด้านนางมัลลิกา ทุมจันทร์ อายุ 53 ปี พี่สาวของสิบเอกธีรพล กล่าวว่า ยังคงมีความกังวลว่าทหารไทยอาจประสบเหตุลักษณะนี้ได้อีก เนื่องจากพื้นที่มีความเสี่ยงสูง และยากต่อการตรวจพบตำแหน่งการวางทุ่นระเบิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบุตรชายของตนเองเป็นทหารและปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดนเช่นเดียวกัน จึงได้พูดคุยและกำชับให้ระมัดระวังอยู่เสมอ พร้อมฝากถึงนายกรัฐมนตรีคนใหม่ หากเกิดเหตุซ้ำอีก ขอให้มีมาตรการที่เด็ดขาดและชัดเจนมากยิ่งขึ้น

 

หน้าแรก » ภูมิภาค