วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569 05:41 น.

ภูมิภาค

เปิดใจ! ด.ช.วัย 12 หลังจบดราม่าช่วยน้าสาวขายไข่เจียว ดีใจจากนี้จะตั้งใจเรียน-ช่วยน้าทำงานโตขึ้นเป็นเด็กดี

วันพฤหัสบดี ที่ 05 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.15 น.

วันที่ 5 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณี ด.ช.เอ็ม (นามสมมติ) อายุ 12 ขวบ ไปทำงานช่วยพี่สาวและน้าสาวขายไข่เจียวบุฟเฟ่ต์ในตลาดแห่งหนึ่งในจ.อุดรธานีจนดึก แต่มีคนร้องเรียนไปยังสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจ.อุดรธานี แจ้งว่า ร้านแห่งนี้เจ้าของร้านมีการใช้แรงงานเด็ก มีเจ้าหน้าที่สายตรวจแรงงานเข้ามาตรวจสอบถึง 3 ครั้งและแจ้งเตือนหากมีจ้างและการใช้แรงงานเด็กที่ต่ำกว่า 15 ปีจะมีโทษปรับ 4-7 แสนบาท พร้อมตักเตือนไม่ให้เด็กช่วยงาน

ต่อมา น.ส.นุช (นามสมมติ) อายุ 40 ปีเจ้าของร้านไข่เจียวออกมาร้องขอความเป็นธรรมยืนยันไม่ได้ใช้แรงงานเด็ก โดยน้องเอ็มเป็นน้องชายของหลานสะใภ้ ที่รับมาอยู่ด้วยเห็นความทุกข์ยากของน้องที่พ่อแม่แยกทางกันหนีร้อนมาพึ่งเย็น และน้องต้องการมาช่วยงาน ตนเองดูแลเหมือนลูกเหมือนหลาน และเรามาขายของทำเป็นธุรกิจครอบครัว อยากมีครอบครัวอบอุ่น หลังจากมีเจ้าหน้าที่ฯ เข้ามาตรวจสอบทำให้น้องเครียดจบป.6 อยากหนีไปบวชเพื่อให้น้าสบายใจ

หลังจากดราม่า ด.ช.วัย 12 โดนร้องเรียนใช้แรงงานเด็กปรากฏว่า ที่ปรึกษานายกอบจ.อุดรธานี เตรียมให้การช่วยเหลือน้องเอ็ม โดยหลังจากป.6 แล้วจะฝากให้เรียนม.1 ในโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครอุดรธานีต่อไป

ทางด้านสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจ.อุดรธานีก็ออกมาพูดชัดๆ เรื่องนี้แล้วว่าสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ฯ เข้าไปตรวจสอบเพราะมีคนร้องเรียนและตรวจสอบแล้วไม่พบการใช้แรงงานเด็กอยู่กันเป็นเครือญาติ โดยสิบเอกยุทธศักดิ์ ศรีวรกุล สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจ.อุดรธานี ออกมาเปิดเผยว่า ประเด็นดราม่าเด็กชายไปช่วยน้าขายไข่เจียวบุฟเฟต์ เรื่องนี้เราได้รับเรื่องร้องเรียนจากจดหมายอิเล็กทรอนิคส์เข้ามาที่สำนักงานครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ม.ค.69 แจ้งว่ามีการใช้แรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และให้ทำงานเกิน 4 ทุ่ม ผมได้ส่งเจ้าหน้าที่ฯ สายตรวจแรงงานไปตรวจสอบที่ร้านดังกล่าวทันที เจ้าหน้าที่ฯ เราลงไปตามอำนาจหน้าที่ฯ ดูแลเรื่องกฎหมายคุ้มครองแรงงานและแรงงานเด็ก ก็พบกับเจ้าของร้าน หลานเจ้าของร้าน แฟนของหลานและด.ช.เอ็ม จากการพูดคุยก็ทราบว่าเขาเป็นเครือญาติกันเป็นการทำธุรกิจครอบครัวไม่มีสัมพันธ์ในการจ้างงานหรือนายจ้างและลูกจ้าง ทราบว่าเด็กไม่ใช้หลานโดยตรงของของเจ้าของร้าน เป็นน้องชายของแฟนของหลานสะใภ้ เราจึงต้องตรวจสอบให้ความชัดเจน โดยลงไป 3 รอบ

ตอนนี้ได้ข้อสรุปแล้ว เจ้าของร้านดูแลเด็กเป็นอย่างดี ทั้งส่งเสียเรียนหนังสือ อุปการะแม้เด็กจะไม่ใช่หลานแท้ๆ เราพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการใช้แรงงานจริงแต่ไม่หนัก แต่มีข้อสังเกตุอยู่ว่าเด็กทำงานถึง 5 ทุ่ม ไม่เหมาะกับสุขภาพของเด็ก เราจึงแนะนำและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็กให้กับเจ้าของร้าน ต้องคำนึงสุขภาพของเด็กด้วย หากพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้การเรียนหนังสือไม่เต็มที่ และสุ่มเสียงกับคนที่เดินผ่านไปผ่านมาอาจจะไม่รู้ เป็นสิ่งที่อยากจะทำความเข้าใจ อยากให้ระมัดระวังสักนิดนึง สรุปได้ว่า หลังเข้าไปตรวจสบก็ไม่พบการใช้แรงงานเด็กที่ต่ำกว่า 15 ปีและ 2 คือไม่พบการใช้แรงงานเด็กเกินกว่าเหตุ และเจ้าของร้านกับด.ช.วัย 12 ก็เป็นญาติกันแม้จะไม่ใช่ญาติๆ แท้แต่ก็ดูแลอย่างดี

ขณะเดียวกัน น้องเอ็ม เปิดใจว่า รู้สึกดีใจมากครับที่เรื่องนี้จบแล้ว ตอนนี้จิตใจผมดีขึ้นผมไม่ได้เป็นภาระน้าอีกแล้ว พอเรื่องนี้จบ ต่อไปผมก็จะตั้งใจทำงานช่วยน้าต่อไป อยากฝึกอาชีพหากโตไปจะได้เป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ด้วย ส่วนที่มีคนให้กำลังใจขอขอบคุณมากครับ หากผ่านมาที่ตลาดเซ็นเตอร์พ้อยซ์ก็มาอุดหนุนที่ร้าน 168 ไข่เจียวบุฟเฟต์ได้ครับตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึงตีสอง ส่วนผมสี่ทุ่มผมก็พักผ่อนแล้วครับ

น.ส.นุช น้าสาว บอกว่า  เรื่องราวดราม่าจบแล้ว ก็ดีใจ พวกเราเป็นครอบครัวที่อยู่ด้วยกัน 5 คนก็จะช่วยกันทำมาหากินต่อไป ตอนนี้โล่งใจมาก ถามว่าติดใจคนร้องมั้ย ก็ติดใจ ไม่รู้เขาต้องการอะไร หรือหากสงสัยออกมาพูดคุยกับพวกเราก็ได้ พร้อมจะพูดคุยด้วย เราทำอะไรไม่ดีพร้อมปรับปรุง จากนี้ไปครอบครัวเราก็จะทำมาหากินและจะดูแลน้องเอ็มจนเรียนจบสูงๆ ให้ได้ ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจหลังเกิดเรื่องนี้

หน้าแรก » ภูมิภาค