วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569 02:06 น.

ภูมิภาค

บุกรวบแก๊งล่า “เลียงผา” กลางป่ากุยบุรี ชำแหละเตรียมขาย แจ้งข้อหาหนัก

วันเสาร์ ที่ 07 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.41 น.

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาลักลอบล่าสัตว์ป่าสงวนในพื้นที่ป่ากุยบุรีได้ 1 ราย พร้อมของกลางเป็นซากเลียงผาที่ถูกชำแหละแล้ว และอยู่ระหว่างเร่งติดตามผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนี

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจป้องกันและปราบปราม ชุดที่ 2 ร่วมกับหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติกุยบุรีที่ กร.3 (ด่านสิงขร) ออกลาดตระเวนเชิงรุก บริเวณหุบหลังรีสอร์ต พื้นที่หมู่ 7 บ้านหนองไม้แก่น ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวกับเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี

ระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่พบชายต้องสงสัยเดินออกมาจากชายป่า ทราบชื่อภายหลังคือ นายวรพจน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี โดยมีคราบเลือดเปื้อนเสื้อผ้า และสะพายเป้ที่ดัดแปลงจากถุงปุ๋ย ลักษณะท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น

 

 

จากการตรวจสอบพบซากสัตว์ป่าที่ถูกชำแหละแล้ว มีคราบเลือดติดอยู่ และถูกแยกชิ้นส่วนบรรจุในถุงปุ๋ยจำนวน 2 ใบ และถุงพลาสติกสีดำอีก 1 ถุง พร้อมของกลางเป็นมีดทำครัวและอุปกรณ์อื่น ๆ เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นยืนยันว่า ซากสัตว์ดังกล่าวเป็น เลียงผา (Capricornis sumatraensis) จำนวน 1 ตัว ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนของไทยที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และได้รับการคุ้มครองสูงสุดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายวรพจน์ให้การว่า ตนเพียงช่วยขนย้ายซากสัตว์เท่านั้น โดยระบุว่ามีผู้ร่วมขบวนการอีก 2 คน คือ “นายนุ” ซึ่งเป็นผู้ดักบ่วงล่าสัตว์ป่าและสามารถหลบหนีไปได้ และ “นายโน้ต” ซึ่งเป็นผู้โทรศัพท์เรียกให้ตนมาช่วยขนซากเลียงผาเพื่อนำไปเตรียมส่งขาย ก่อนถูกเจ้าหน้าที่จับกุม

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ในข้อหา ล่าสัตว์ป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาต ครอบครองซากสัตว์ป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาต และเก็บหาของป่าอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ

 

 

จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามผู้ร่วมขบวนการที่ถูกพาดพิงมาดำเนินคดีเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้อย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า และระบบนิเวศในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี

 

หน้าแรก » ภูมิภาค