วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569 01:37 น.

ภูมิภาค

บุกทลายแก๊ง “ท็อป อยุธยา” ยึดยาบ้า 5.5 ล้านเม็ด มูลค่า 165 ล้าน กวาดล้างอาชญากรรมหลายคดี

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.12 น.

พระนครศรีอยุธยา – ตำรวจภูธรภาค 1 แถลงผลการกวาดล้างอาชญากรรมครั้งใหญ่ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญที่รู้จักกันในชื่อ “ท็อป อยุธยา” พร้อมยึดยาบ้ากว่า 5.5 ล้านเม็ด รวมมูลค่ากว่า 165 ล้านบาท รวมทั้งจับกุมคดีสำคัญอีกหลายคดีในพื้นที่

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 มีนาคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ และ พ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมถึง นายเดชาธร เชาว์เลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดีสำคัญในพื้นที่

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้ 2 ราย คือ วุฒิชัย อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ ธนพัฒน์ อายุ 34 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 5,500,000 เม็ด รถยนต์กระบะตู้ทึบที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด และรถยนต์เก๋งที่ใช้สำรวจเส้นทาง รวม 2 คัน

 

 

การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตรวจพบยาบ้าบรรจุในกระสอบจำนวน 13 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่บริเวณท้ายรถกระบะ หากยาเสพติดทั้งหมดถูกนำออกจำหน่ายจะมีมูลค่ากว่า 165 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ทำการตรวจสอบสารเสพติดด้วยน้ำยาเคมีต่อหน้าสื่อมวลชนที่เข้าร่วมการแถลงข่าว

นอกจากนี้ ยังมีการนำของกลางจากคดีต่าง ๆ ในพื้นที่ 26 สถานีตำรวจของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาจัดแสดงในการแถลงข่าว ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ยาบ้า และอาวุธปืน เพื่อแสดงผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ในส่วนของคดีอาชญากรรมอื่น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดทำร้ายกันภายในที่พักคนงาน หมู่ 2 ตำบลบ้านหีบ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา ทำให้แรงงานชาวเมียนมาได้รับบาดเจ็บ 3 ราย และมีผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ ทู ราน ตุน อายุ 26 ปี ชาวเมียนมา ซึ่งเป็นเพื่อนคนงานที่พักอยู่ในที่เดียวกัน หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปซ่อนตัวในป่าละเมาะใกล้จุดเกิดเหตุ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ในเวลาต่อมา

อีกคดีหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาลักรถจักรยานยนต์ที่เกิดขึ้นภายในอพาร์ตเมนต์ในพื้นที่ตำบลคานหาม อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังผู้เสียหายแจ้งว่ารถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 110 ไอ ที่จอดไว้หน้าห้องพักหายไป จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าผู้ก่อเหตุคือ เจษฎา อายุ 19 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งพักอาศัยอยู่ในหอพักเดียวกัน ต่อมาถูกติดตามจับกุมได้ในพื้นที่อำเภอบางปะหัน พร้อมรถจักรยานยนต์ของกลาง โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าไม่มีงานทำและต้องการนำรถไปใช้

 

 

ขณะเดียวกัน ยังเกิดเหตุใช้อาวุธมีดทำร้ายกันภายในบ้านพักในพื้นที่ตำบลบางปะหัน อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อคืนวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุคือ วิชัย อายุ 44 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใช้อาวุธมีดแทง ป้อม ประดับลาย อายุ 44 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา อีกทั้งยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม 1 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ทันที พร้อมแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร เบื้องต้นสาเหตุเกิดจากการทะเลาะวิวาทภายในครอบครัว

นอกจากนี้ สถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยายังดำเนินมาตรการแก้ปัญหาการแข่งรถในทางและการขับขี่รถจักรยานยนต์สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ภายใต้ “โครงการพาน้องกลับบ้าน” ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พ.ต.อ.ปองภพ ประสบพิชัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ

ผลการดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน สามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่กระทำผิดกฎหมายได้กว่า 200 คัน และตรวจยึดท่อไอเสียดัดแปลงเสียงดัง 70 ใบ เพื่อนำไปทำลาย พร้อมดำเนินมาตรการป้องกันทั้งก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ รวมถึงการติดตามข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย ตั้งด่านตรวจ และเฝ้าระวังแหล่งมั่วสุม

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังระดมกวาดล้างอาวุธปืนผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง สามารถตรวจยึดอาวุธปืนที่ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตได้หลายกระบอก พร้อมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย

 

 

อีกคดีหนึ่งในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรนครหลวง เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดได้ 1 ราย คือ ธนากร อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมของกลางยาบ้า 36,516 เม็ด ภายในบ้านพักในพื้นที่ตำบลปากจั่น อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวว่า ผลการจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงการทำงานอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นบุคคลหรือพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้ทันที โดยเฉพาะเจ้าของบ้านเช่าควรตรวจสอบข้อมูลผู้เช่าอย่างละเอียด เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมแหล่งพักยาเสพติดรายสำคัญได้หลายแห่ง

ตำรวจภูธรภาค 1 ยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมอย่างจริงจัง พร้อมขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกคดี เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

 

หน้าแรก » ภูมิภาค