วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569 19:38 น.

ภูมิภาค

วิกฤตมะพร้าวน้ำหอมลามทั้งระบบ แฉตลาดบิดเบือน จี้รัฐจัดการล้ง–นอมินี

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.36 น.

สถานการณ์ “มะพร้าวน้ำหอม” กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังมีการตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของโครงสร้างตลาดที่อาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและภาพรวมการส่งออกของไทย

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 นายทศพล แก้วทิมา อดีตผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ เขต 5 จังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูร้อนซึ่งผลผลิตลดลง ราคามะพร้าวควรปรับสูงขึ้นตามกลไกตลาดอยู่ที่ประมาณ 5–15 บาทต่อลูก แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่เป็นไปตามนั้น สะท้อนความผิดปกติของระบบการค้าตลอดห่วงโซ่

นายทศพลระบุว่า โครงสร้างตลาดปัจจุบันมีการกระจุกตัวของผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยเฉพาะในธุรกิจส่งออกและอุตสาหกรรมน้ำมะพร้าวแปรรูป ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันราว 80% ขณะที่ตลาดภายในประเทศมีเพียง 20% ทำให้เกษตรกรมีอำนาจต่อรองต่ำ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เป็นธรรมในการกำหนดราคารับซื้อ

นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย โดยมีข้อมูลว่าพื้นที่มีจุดรับซื้อมะพร้าวจำนวนมาก แต่การตรวจสอบยังไม่ทั่วถึง รวมถึงข้อสงสัยเรื่องการใช้บุคคลถือหุ้นแทน และมาตรฐานการผลิตสินค้าบางส่วนที่อาจกระทบความเชื่อมั่นของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน

 

 

ในเชิงนโยบาย มีการเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งการกำกับดูแลธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และการสร้างความโปร่งใสในระบบตลาด เพื่อป้องกันการเอาเปรียบเกษตรกร

สำหรับแนวทางแก้ไข เสนอให้เร่งตรวจสอบผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ขณะเดียวกันควรฟื้นภาพลักษณ์ “มะพร้าวน้ำหอมไทย” ในฐานะสินค้าเกษตรคุณภาพ และส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดส่งออก

 

 

อีกทั้งเสนอให้เกษตรกรรวมตัวในรูปแบบสหกรณ์ครบวงจร ตั้งแต่การผลิต แปรรูป จนถึงการตลาด เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงเรื่องราคาที่ผันผวน แต่เป็นโครงสร้างตลาดที่ต้องได้รับการแก้ไข เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรและรักษาศักยภาพสินค้าเกษตรของไทยในเวทีโลก

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค