วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569 22:20 น.

ภูมิภาค

“ชันโรง” ดาวรุ่งเกษตรไทย สร้างรายได้-เพิ่มผลผลิตหลายเท่า

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.53 น.

อุทัยธานี — “ชันโรง” หรือผึ้งจิ๋วไร้เหล็กใน กำลังได้รับความสนใจในวงการเกษตร หลังพิสูจน์บทบาทเป็นแมลงผสมเกสรที่ช่วยเพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2569 นายผ่านศึก (สงวนนามสกุล) ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเขามังกรทอง ตำบลห้วยคต อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการเลี้ยงชันโรงหลายสายพันธุ์ เช่น คิชกูด เจ้าขนเงิน รุ่งอรุณ และพันธุ์พื้นถิ่น โดยสามารถเก็บน้ำผึ้งได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงกรกฎาคม และจะหยุดในฤดูฝน

 

 

จุดเด่นของชันโรงอยู่ที่วงจรชีวิต โดยตัวอ่อนจะได้รับนมผึ้งในระยะแรก ก่อนพัฒนาเป็นนางพญาและผึ้งงาน ขณะที่น้ำผึ้งชันโรงมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดการอักเสบและชะลอความเสื่อมของร่างกาย มีราคาสูงกว่าน้ำผึ้งทั่วไปประมาณ 3–4 เท่า โดยจำหน่ายในราคาประมาณซีซีละ 2 บาท หรือขวดละราว 1,500 บาท และสามารถนำไปแปรรูปเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้

การเก็บน้ำผึ้งใช้วิธีธรรมชาติ โดยนำรังไปตากแดดเพื่อให้น้ำผึ้งไหลออกมาอย่างบริสุทธิ์ นอกจากนี้ ชันโรงยังมีประสิทธิภาพสูงในการผสมเกสร มีรัศมีการบินจากรังประมาณ 300 เมตร ช่วยเพิ่มผลผลิตพืชสวนได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

 

ปัจจุบัน ผู้เลี้ยงสามารถต่อยอดสร้างรายได้จากการให้เช่ารังชันโรง เพื่อนำไปใช้ในสวนของเกษตรกร โดยมีค่าบริการประมาณวันละ 40 บาทต่อกล่อง เหมาะกับพืชเศรษฐกิจ เช่น ทุเรียน ลำไย และมังคุด

นายผ่านศึกกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายการเลี้ยง จากเดิม 60 รัง เป็น 120 รัง ภายในระยะเวลาไม่นาน เนื่องจากชันโรงเลี้ยงง่าย ใช้ต้นทุนต่ำ และขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว

 

 

นอกจากนี้ ยังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้การเลี้ยงชันโรงให้กับโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเกษตรแก่เยาวชน โดยชันโรงไม่มีเหล็กใน จึงปลอดภัยต่อผู้เลี้ยง

 

หน้าแรก » ภูมิภาค