วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569 22:29 น.

ภูมิภาค

ชาวสวนตรังค้านขายทุเรียนลูกละ 100 บาท หวั่นขาดทุนหนัก วอนรัฐเร่งหาตลาดส่งออก-แก้ปัญหาต้นทุนพุ่ง

วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.18 น.

เมื่อวันที่ 28 เม.ย.69 จากกรณีจะมีการไลฟ์สดขายทุเรียน ลูกละ 100 บาท ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรม.พาณิชย์ และพิมรี่พาย อินฟูลเอนเซอร์ชื่อดัง  โดยชาวสวนทุเรียนกังวลใจมากว่าจะเป็นการตัดหรือสร้างแรงกดดันให้ราคาหน้าสวนลดลงมากว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรจำนวนมาก เรื่องดังกล่าวก่อให้เกิดความกังวลต่อเกษตรกรชาวสวนทุเรียนจังหวัดตรัง โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่าปุ๋ย ค่าแรงงาน รวมถึงปัญหาภัยแล้ง

ที่สวนทุเรียนของนายกระจ่าง พุทธให้ เกษตรกรชาวสวนทุเรียน หมู่ 6 ต.นาท่ามเหนือ อ.เมืองตรัง จ.ตรัง ซึ่งมีพื้นที่ปลูกทุเรียนประมาณ 6 ไร่ ปลูกทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์กว่า 10 สายพันธุ์ เช่น หมอนทอง มูซังคิง ก้านยาว สาลิกา พวงมณี หลงลับแล นกหยิบ ราชานท์ ชะนี และทองตำตัว โดยทุเรียนแต่ละสายพันธุ์มีราคาจำหน่ายแตกต่างกัน เช่น หมอนทองราคา 120–150 บาทต่อกิโลกรัม หลงลับแลและมูซังคิงราคา 150 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนสายพันธุ์อื่นๆ อยู่ในช่วง 120–150 บาทต่อกิโลกรัม

สำหรับทุเรียนในสวน โดยเฉพาะพันธุ์หมอนทอง ปลูกมานานกว่า 36 ปี มีลูกค้าประจำและมีการสั่งจองล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง เน้นจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปและลูกค้าที่สั่งจอง แม้จะมีพ่อค้าและห้างสรรพสินค้าติดต่อขอซื้อ ก็ยังไม่รับปาก เนื่องจากต้องการรักษาสิทธิ์ให้ลูกค้าประจำได้บริโภคก่อน โดยทุเรียนของสวนได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก และยังมีการส่งขายไปยังต่างจังหวัดอีกด้วย

นายกระจ่าง พุทธให้ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไลฟ์สดขายทุเรียนลูกละ 100 บาท เนื่องจากจะส่งผลกระทบตามมา หากจะกำหนดราคาดังกล่าวควรระบุให้ชัดเจนว่าทุเรียนมีขนาดและน้ำหนักเท่าใด เพราะโดยปกติแล้วทุเรียนจะมีการคัดเกรดและจำหน่ายเป็นกิโลกรัม ราคาจะลดหลั่นกันไปตามคุณภาพ ไม่ใช่เหมารวมเป็นราคาต่อลูก

“หากขายลูกละ 100 บาท เกษตรกรชาวสวนทุเรียนจะไม่สามารถอยู่ได้ และจะประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก” นายกระจ่างกล่าว พร้อมเสนอให้ภาครัฐหันไปให้ความสำคัญกับการขยายตลาดส่งออกไปต่างประเทศ เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

ทั้งนี้ เกษตรกรยังต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาปุ๋ยที่ปรับขึ้นกระสอบละประมาณ 400 บาท รวมถึงค่าแรงงาน ค่าน้ำ และค่าไฟฟ้า ทำให้เห็นว่ารัฐบาลควรเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาต้นทุนการผลิตมากกว่าการไลฟ์สดจำหน่ายสินค้า เพื่อให้เกษตรกรสามารถดำรงอาชีพได้อย่างยั่งยืน
 

หน้าแรก » ภูมิภาค