วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569 19:36 น.

ภูมิภาค

อบจ.ปราจีนบุรี รุกฆาตวิกฤตปลานิลราคาตกต่ำ เปิดยุทธศาสตร์ "รัฐสวัสดิการขนาดย่อม" ระบายปลาค้างบ่อ 6 ตัน

วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.50 น.

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 15.35 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี  ณ ศูนย์อเนกประสงค์สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี    ประชาชนจำนวนมากแห่สนับสนุนกิจกรรมจำหน่ายปลานิลคุณภาพสูงในราคามิตรภาพ หลังเกษตรกรประสบวิกฤตหนักส่งออกไม่ได้จนปลาล้นบ่อ

นายกฤษ กษมพันธ์ หรือ รองอุ๊  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.) พร้อมฝ่ายบริหาร และ  กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตปลานิล อ.บ้านสร้าง นำปลานิลสดกว่า 3 ตัน   มาจำหน่ายตรงถึงมือประชาชนโดยตรงโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง  ในราคา กิโลกรัมละ 35 บาท หรือ 3 กิโลกรัม 100 บาท เพื่อแก้ปัญหาราคาปลาหน้าบ่อดิ่งตัวลงจาก 48 บาท เหลือเพียง 27-28 บาท ซึ่งต่ำกว่าจุดคุ้มทุน เนื่องจากการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และสถานการณ์ความไม่สงบ

นายกฤษ ระบุว่า ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปิดตลาดนัดทั่วไป แต่คือการใช้นโยบาย "รัฐสวัสดิการขนาดย่อม" โดย อบจ. สวมบทบาทตัวกลางตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง เชื่อมโยงผลผลิตจากก้นบ่อสู่จานข้าวประชาชน ช่วยลดภาระค่าครองชีพและต่อลมหายใจให้เกษตรกรก่อนวงจรการผลิตจะล่มสลาย

อ.บ้านสร้าง ถือเป็นแหล่งผลิตปลาน้ำจืดอันดับ 2 ของประเทศ มีพื้นที่เลี้ยงกว่า 6,000 ไร่ ปัจจุบันเกษตรกรเผชิญสภาวะ "ปลาอั้นบ่อ" ค้างสะสมบ่อละกว่า 30 ตัน จนปลาโตเกินขนาดน้ำหนักตัวละ 3-4 กิโลกรัม ส่งผลให้เกิดภาวะเงินทุนจม เพราะไม่สามารถจับปลาชุดแรกเพื่อนำเงินไปซื้ออาหารเลี้ยงปลาชุดต่อไปได้

ในการแก้ปัญหาระยะยาว อบจ. และผู้ว่าราชการจังหวัด ได้จับมือกับ "คุณเจสัน" นักลงทุนต่างชาติ ที่เข้ามาซื้อผลผลิตครั้งละ 3 ตัน เพื่อกระจายสู่โรงงานอุตสาหกรรม   นอกจากนี้ยังมีแผนยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ สร้างงานท้องถิ่น จ้างแรงงานในพื้นที่แปรรูป ขอดเกล็ด ผ่าไส้ ก่อนเข้าห้องเย็น ปลดล็อกผังเมือง  เตรียมผลักดันการตั้งโรงงานแปรรูปในพื้นที่เกษตรกรรม (พื้นที่สีเขียว) เพื่อหยุดวงจรถูกกดราคาจากแพปลา สถาบันห่วงโซ่คุณค่า  วางแผนสร้างโรงงานห้องเย็นมาตรฐานและรถขนส่งควบคุมอุณหภูมิ เพื่อส่งออกไปตลาดจีน

พบ บรรยากาศการจำหน่ายเป็นไปอย่างคึกคัก ชาวบ้านรายหนึ่งวัย 70 ปี เผยด้วยความตื้นตันว่า อยากให้มีกิจกรรมแบบนี้ต่อเนื่อง เพราะราคา 35 บาท ช่วยประหยัดเงินได้มากเมื่อเทียบกับตลาดสดที่ขายกิโลกรัมละ 50-70 บาท แถมยังได้ปลาไซส์ยักษ์ที่หาซื้อยาก

นายกฤษ กล่าวปิดท้ายว่า ความสำเร็จในการระบายปลานิลรวม 6 ตันในครั้งนี้ (ขายตรง 3 ตัน และ  ผ่านเครือข่ายเอกชน 3 ตัน) คือข้อพิสูจน์ของ "ปราจีนบุรีโมเดล" โดย อบจ. เตรียมขยายผลไปยังสินค้าเกษตรอื่น เช่น กุ้ง หมู ไก่ รวมถึงรื้อฟื้นประเพณีแข่งเรือ  เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว สร้างรายได้หมุนเวียนกลับมาดูแลคุณภาพชีวิตของชาวปราจีนบุรีอย่างยั่งยืน

หน้าแรก » ภูมิภาค