ภูมิภาค
ไปกราบไหว้ขอพร พระเจ้าใหญ่องค์แสน พระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง ที่วัดโพธิ์ อ.เขมราฐ จ.อุบลฯ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
วัดโพธิ์ ตั้งอยู่เลขที่ ๑o๙ หมู่ ถนนกงพะเนียง หมู่ที่ 7 ตำบลเขมราฐ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี (อยู่ในเขตเทศบาลตำบลเขมราฐ) โดยมี พระครูวรกิจโกวิท (เลื่อน เตชวโร)ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเขมราฐ เป็นเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน(ปี2569) วัดโพธิ์สังกัดมหานิกาย มีเนื้อที่๕ ไร่ ๒๒ ตารางวา อาณาเขต ทิศตะวันออกจรดถนนพนานุสรณ์ ทิศใต้จรดถนนกงพะเนียง ทิศตะวันตกจรดซอยถนนเทศบาล ทิศเหนือจรดถนนเทศบาลริมโขง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๑๖ ขนาดกว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่๙๐ ตอนที่ ๑๖ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๖ ได้ทำพิธีผูกสีมาและฉลองโบสถ์ วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๑๖ ได้รับเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดิน เลขที่๒๔๖๑๕ เล่มที่ ๒๔๗ หน้า ๑๕ วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๘
วัดโพธิ์ มีความสำคัญ คือ (๑) เป็นวัดที่เก่าแก่ เป็นที่ประดิษฐานของพระเจ้าใหญ่องค์แสน ที่มีอายุ ๕๐๐ กว่าปี ไม่ทราบว่าใครเป็นคนสร้าง (๒), เป็นวัดที่เคยใช้ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาตามระบอบปกครอง ในสมัยการปกครองสมบูรณาญาสิทธิราช (๓. เป็นที่พึ่ง พักพิงทางจิตใจและความเชื่อของชาวบ้านทั่วไป เมื่อใครมีความเดือดเนื้อร้อนใจ มีปัญหา ก็จะมากราบไหว้ขอพรบารมีบนบาน และเคยเป็นสถานที่ใช้ดื่มน้ำสาบานตามประเพณี ในเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เรื่องขัดแย้งวิวาทกัน หรือกรณีใดๆ ที่จะนำไปสู่โรงสู่ศาล คู่กรณีที่ตกลงกันไม่ได้
หลักฐานการสร้างและการตั้งวัด ไม่ได้มีเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแต่ตามประวัติที่เป็นตำนานเล่าต่อๆ กันมาจากรุ่นต่อรุ่นเกี่ยวเนื่องกันมา โดยได้อ้างอิงต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์ว่า เมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๓๑ ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แห่งกรุงธนบุรี ได้มีรับสั่งให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (รัชกาลที่๑ แห่งราชวงศ์จักรี) แห่งรัตน์โกสินทร์ ยกทัพไปตีเมืองศรีสัตนาดนหุต (เวียงจันทร์) เวียงจันทน์แตกชนกลุ่มหนึ่งได้อพยพหนีมาตั้งบ้านเรือนกันขึ้น ณ ที่แห่งนี้ อนึ่งทะเบียนวัดที่กรมการศาสนาได้สำรวจลเป็นประวัติไว้ตั้งแต่สมัยวัดอยู่ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ก็เป็นปีสร้างตั้ง จศ. เดียวกัน (พ.ศ.๒๓๑) เช่นเดียวกันการสงครามได้รับชัยชนะ
.jpg)
เมื่อเวียงจันทน์แตก ผู้คนแตกหนีกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง ที่หนีไม่ทันส่วนหนึ่งก็ถูกต้อนมาที่ไทย พร้อมด้วยพระแก้วมรกต การหนีของผู้อพยพส่วนมากปกติก็จะยึดเอาเส้นเลือดแม่น้ำเป็นหลักทาง และแยกย้ายกันเป็นหลายกลุ่ม หลายพวก มากบ้างน้อยบ้าง ที่หนีอพยพลงมาตามลำแม่น้ำโขง อาจมีหลายกลุ่มหลายพวกที่ไม่ได้กล่าวถึง ตกค้างระหว่างทางตั้งบ้านเรือนตั้งเมืองกันขึ้น ตามจุดต่างๆ ก็มีไม่น้อย มีกลุ่มหนึ่ง จึง มีแม่ซีและพระสงฆ์เป็นหัวหน้า นำพาลูกหลานญาติโยมบริวารทะลุลงมาถึงจุด นี้ เห็นว่าเหมาะสมสวยงามดีที่จะปักหลักตั้งฐานได้ น่าจะเป็นสิริมงคลสำหรับผู้จะอยู่อาศัยต่อไปภายภาคหน้า และก็ได้สร้างตั้งวัดขึ้นพร้อมกันด้วย ที่ยืดเอาชัยภูมิแห่งนี้ปักหลัก ตั้งฐานเป็นหมู่บ้านสร้างบ้านปลูกเรือนกันขึ้น การดำรงชีพออกทำมาหากินเลี้ยงชีวิตกันตามประสาของชาวบ้าน บ้างก็ยืดเอาแม่น้ำโขงเป็นที่ทำมาหากินหาปูหาปลา บ้างก็เข้าป่าหาของป่าล่าสัตว์ไปตามเรื่องตามราว
ตามคำบอกเล่ามีว่า อยู่มาคืนหนึ่งแม่ซีเกิดนิมิตว่า มีพระพุทธรูปที่สวยงามองค์หนึ่งอยู่ในบริเวณป่าแห่งนี้ จึงบอกพวกบริวารชาวบ้าน ว่าใครเข้าป่าก็สอดส่ายสายตาค้นหาดูบ้างในเวลาออกป่าหาอาหาร มาวันหนึ่งก็มาเจอพระพุทธรูปองค์หนึ่งปางมารวิชัย ที่มีพุทธลักษณะที่สวยงามมากที่ป่ารกชัฏ อยู่บนจอมปลวก มีเครือเถาเวัลย์ปกคลุมกอดเกี่ยวอยู่ หันพระพักตร์ไปทางแม่น้ำโขง จึงได้นำความไปบอกแม่พระสงฆ์แล้วพาญาติโยมบริวารมาดู แล้วบูรณะถากถางบริเวณแห่งนี้ แล้วสร้างเป็น วัดขึ้น และต่อมาตั้งชื่อบ้านว่า "บ้านกงพะเนียง" และตั้ง "วัตโพธ์ "
ก็มีบทสรุปได้ว่า วัดได้ดั้งขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แห่งกรุงธนบุรี และกล่าวว่า เดิมบริเวณที่ดินของวัดโพธิ์เริ่มต้นที่ทำการต่านศุลกากร และสาธารณะ สุขอำเภอในปัจจุบัน ต่อมาเมื่อพบพระพุทธรูป พระเจ้าใหญ่องค์แสน จึงได้ย้ายมาตั้งวัตที่อยู่ในที่ปัจจุบัน ในสมัยก่อนนี้ไม่มีการรักษาที่เติมของวัดไว้ ที่วัดก็เลยกลายเป็นที่ของราชพัสดุไป แม้แต่ที่ดินวัดบางส่วนในปัจจุบันก็ยังถูกนำไปทำเป็นถนนทั้ง ๔ ด้าน และอีกอย่างการสร้างวัดในสมัยเก่าโบราณการสร้างวัดมักจะไม่ต้องการที่ดินมากนักจะสังเกตเห็นได้ว่า วัดในชนบทถ้าเป็นวัดเก่าแก่โบราณ มักจะมีเนื้อที่บริเวณน้อยมากไม่กว้างใหญ่โตมากนัก จะเล็ก ๆ แคบ เพราะคิดว่าลำบากในการดูแลรักษาทำสะอาดไม่หัวถึง เครื่องมือใช้รักษาความสะอาดสมัยนั้นก็ไม่มี
.jpg)
มีการสันนิษฐานกันว่า ที่แห่งนี้อาจเคยเป็นที่ตั้งบ้านตั้งเมืองมาก่อน แต่อาจมีเลิกร้างกันไปตามเหตุการณ์สถานการณ์ของยุคนั้นๆ ซึ่งจะมีศึกสงครามกันอยู่บ่อยๆ ระหว่าง ลาวเหนือ ลาวใต้ ไทยกลาง เขมร พม่า ดังนั้นการสันนิษฐาน ก็ได้โดยยึดเอาพระพุทธรูปใหญ่ (พระเจ้าใหญ่องค์แสน) ที่มีอายุมากกว่า ๕00 ปี เป็นหลักคิด ที่มีอยู่ที่นี่มาก่อนแล้ว ที่จะมีการมาตั้งบ้านเรือนและหมู่บ้านกงพะเนียง และตั้งเมืองเขมราษฎร์ธานีขึ้นมา เป็นหลักพิสูจน์สันนิษฐานในความเป็นไปได้
สรุปว่า ผู้ตั้งวัดโพธิ์ คือ แม่ซี หรือที่เรียกกันว่า แม่ขาว ผู้ทรงศีลซึ่งมีความกล้าหาญ เป็นผู้น้ำหญิงที่เด็ดเดี่ยว เป็นที่ยอมรับแม้แต่ผู้ชาย เปี่ยมด้วยความคิดปัญญาที่เฉียบแหลม และ มีวิสัยทัศน์มองการณ์ไกลได้ดี มีเมตตาธรรมเสียสละ มีความคิดริเริมได้ดี เมื่อตั้งบ้านตั้งวัตก็อยู่กันมาด้วยความร่มเย็นเป็นสุข สมัครสมานสามัคคีอยู่ร่วมกันตลอดมา จนกลายเป็นบ้านเป็นเมืองขึ้นมาจบทุกวันนี้
ปูชนียวัตถุที่สำคัญ ภายในวัดโพธิ์ ได้แก่ พระเจ้าใหญ่องค์แสน พระหยกมรกต พระพุทธเขมรัฐวรมงคล พระบรมสารีริกชาตุ พญานาคราช พระแก้วเพชรส่อ ส่วนเสนาสนะในปัจจุบัน ( ปี ๒๕๖๑ ) คือ วิหารพระเจ้าใหญ่องค์แสน กว้าง ๑๒.๐๐ เมตร ยาว ๒๔.๐ เมตรสร้างด้วยอิฐถือปูนทั้งหลัง เริ่มสร้าง ปีพุทธศักราช ๒๔๕๔ เสร็จสิ้น พุทธศักราช๒๕ มุงด้วยกระเบื้องซีแพค (หลังคาเติม) ต่อมาเปลี่ยนเป็นกระเบื้องเซรามิค สร้างด้วยอิฐ (หลังเดิมที่รื้อไปกว้าง๖.๐๐ เมตร ยาว ๑๒.๐๐ เมตร )
.jpg)
นอกจากนี้ ยังมีโบสถ์ กว้าง ๖.๐๐ เมตร ยาว ๑๕.๐๐ เมตร สร้างใหม่เมื่อพุทธศักราช๒๕๑๒ เสร็จสิ้น พิธีผูกสีมาในปี พุทธศักราช ๒๕๑๖ (หลังเดิมเป็น อิฐเห็นแต่ซากหักพังทับถมกันเป็นนูนกองอิฐ และสร้างเป็นโบสถ์ไม่ได้ในที่เติมเก่าแก่ทรุดโทรมมาก) จึงรื้อออกแล้วสร้างใหม่ หอระฆัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ๓ ชั้น จัตุรมุข สร้างมานาน และมี หอพระหยกมรกต ๘ เหลี่ยม กว้าง b เมตร ยาว ๖ เมตร สร้างด้วย คอนกรีตเสริมเหล็กหลังคาทรงเก๋งจีนและยังมีมณฑปเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯได้ประทานมาให้แต่ละอำเภอๆ ในปีพุทธชยันตี นอกจากนี้ภายในวัดยังมีกุฏิ ที่สร้างแบบถาวรมั่นคงอยู่ จำนวน ๕ หลัง
ประวัติพระเจ้าใหญ่องค์แสน วัดโพธิ์ “พระเจ้าใหญ่องค์แสน” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๑.๐๙ เมตร สูงรวมเกศด้วย ๑.๕๙ เมตร สร้างด้วยอิฐโบราณ ถือน้ำดอกไม้ ผสมน้ำเปลือกไม้ และปูนหินตามภูมิปัญญาของคนโบราณ (สมัยนั้นไม่มีปูนซีเมนต์) ปูนที่ทำได้ก็คือปูนหิน เอาหินปูนที่มีอยู่ตามธรรมชาติมาเผาด้วยไฟให้ร้อน แล้วนำมาลงละลายด้วยการแช่น้ำในขณะที่มันร้อนจัด ให้หินมันจะผุกร่อนออกมาเป็นปูนแต่ก็ทำได้ไม่มากนัก บางครั้งก็เอาเปลือกหอยมาเผาทำเช่นเดียวกัน คนสมัยนั้นที่กินหมากหรือเคี้ยวหมากจะใช้ปูนชนิดนี้แหละผสมเข้าไปแล้วจะทำให้เกิดเป็นสีแดง มีรสเค็มจัด ถ้าใส่มากก็จะกัดเนื้อในปากด้วย ดินปูนชนิดนี้จะไม่มีนที่ทั่วไป
พระเจ้าใหญ่องค์แสน มีความเก่าแก่อายุมากกว่า ๕๐๐ ปี ตามการคำนวณและสันนิฐานของกรมศิลป์ฯ เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของขาวเขมราฐมาช้านานหลายชั่วบรรพบุรุษสืบทอดกันมาหลายยุคสมัย เก่าแก่มาก ที่สุดองค์หนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งพระพุทธรูปลักษณะนี้และรุ่นนี้มีองค์เดียวเท่านั้นที่ประดิษฐานอยู่ตามสายลำแม่น้ำโขง จากเหนือจรดใต้ แต่จะสร้างมาแต่สมัยใดนั้น ยังหาหลักฐาน ที่แน่นอนไม่ได้ เพราะหลักฐานที่เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรไม่มี มีแต่เพียงเล่าสืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่น ยุคต่อยุค ซึ่งท่านเล่านั้นก็ได้ล้มหายตายจากกันไปเป็นทอดๆ ก็ยังมีการค้นหาข้อมูลอันนี้อยู่ แต่ก็ยังหาไม่ได้ ยังเหลือแต่ห้องสมุดแห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเท่านั้นที่ยังไม่ได้ไปค้นดู เคยมีนายด่านศุลกากรท่านหนึ่งเคยบอกเหมือนว่า พระเจ้าใหญ่องค์แสนสร้างมาก่อนพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อวัดพระโตปากแซง ถ้าท่านใดได้พบเห็นประวัติพระเจ้าใหญ่องค์แสนขอความกรุณา ได้แจ้งให้ทางวัดทราบด้วยจะขอบพระคุณยิ่ง จะบันทึกลงในบัญชีเป็นหลักฐานให้ถูกต้องไว้ต่อไปเสียที
พระเจ้าใหญ่องค์แสน ได้ประดิษฐานอยู่ที่วัตโพธิ์ เทศบาลตำบลเขมราฐ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ในวิหารที่สร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. ๒๙๔ เสร็จ พ.ศ.๒๕๐๖ พร้อมทำแท่นใหม่ยก ขึ้นให้สูงเด่น แต่ก่อนนี้อยู่บนแท่นที่เตี้ยเล็กยืนปิดทององค์พระได้ ปัจจุบันได้ลงรักปิดทองคำแท้ไว้ทั้งองค์ จึงไม่ค่อยอนุญาตให้ใครขึ้นไปปิดทององค์ท่านที่บนแท่นได้

อภินิหารและความศักดิ์สิทธิ์ ของพระเจ้าใหญ่องค์แสน ก็ไม่ได้เป็นรององค์อื่นๆ ขึ้นอยู่กับความเชื่อศรัทธาของผู้ที่มากราบไว้บนบานขอพร ก็เห็นบอกกล่าวเล่าลือกันว่าได้รับความสำเร็จสมประสงค์กันอยู่มากมายเหมือนกัน เรื่องเหล่านี้มันเป็นศรัทธาความเชื่อของแต่ละคนก็ว่ากันไป แต่ปรากฏการณ์อย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัด ก็คือ เมื่อมีงานเทศกาลนมัสการ ทำบุญปิดทองประจำปี ซึ่งได้จัดขึ้นในช่วงวันเพ็ญ เดือน (ขึ้น ๑๕ และแรม ๑ ค่ำ เตือน ๔) ของทุกปีเหตุการณ์ที่เกิดในวันเปิดงานทำบุญของทุกปีจะเกิดอภินิหารขึ้นคือ หลังพิธีเปิดงานเสร็จจะมีฝนเหลงมาแบบมืดฟ้ามัวตินแทบทุกครั้ง แม้ขณะนั้นจะมีท้องฟ้าที่แจ่มใส บางครั้งจะมีทั้งฝนทั้งลมกระโชกแรงมาด้วย จึง พูดกันอยู่เสมอว่าบุญประจำปีวัตโพธิ์ต้องมีฝนตก ถ้าไม่มีฝนตกไม่ใช่บุญวัดโพธิ์ จนกระทั่งพักหลัง ๕ ปีมานี้ก็รู้สึกว่าเหตุการณ์อภินิหารจะเบาลง บางปีก็มีมาเกือบทุกปีบางปีก็จะก่อนมีงาน วันสองวันหนักบ้างเบาบ้าง บางทีก็หลังงานวันสองวัน
คนแก่คนเฒ่า เชื่อว่า พระเจ้าใหญ่องค์แสน อยู่ในความอารักขาดูแลของพญานาคราชใด้น้ำบาดาลแห่งแม่น้ำโขง และหลังจากมีการทำเขื่อนรินฝั่งโขงป้องกันตลิ่งพังในปี ๒๕๒๕ เป็นการปิดทางน้ำที่ไหลลงจากวัดสู่แม่น้ำโขงตามธรรมชาติ และยังเป็นการปิดทางเดินของพญานาค ที่จะขึ้นมาไหว้พระเจ้าใหญ่องค์แสน จากนั้นเป็นต้นมาจนถึงวันนี้ ไม่ค่อยจะมีเหตุการณ์หรืออภินิหารเกิดขึ้นเหมือนแต่ก่อน ก็แล้วแต่ใครจะคิดจะเชื่อถึอและวิจารณ์กันไป แต่มันก็เป็นนิมิตหมายแห่งความร่มเย็นเป็นสุข
ความจริงก็มีถ้ำหินอยู่ใต้น้ำตรงที่วัดโพธิ์ตั้งอยู่ คือจะอยู่ช่วงต้นมะขามใหญ่ในวัดโพธิ์ จึงมีญาติโยมส่วนหนึ่งที่ศรัทธาเคารพเชื่อถือเชื่อในเรื่องพญานาคส่วนหนึ่งมาขอสร้างพญานาคราชขึ้นในที่ของวัด จึงอนุญาตให้สร้างไว้ที่มุมวัดตรงที่มีถ้ำพญานาค ก็มีผู้ศรัทธาเชื่อถือเสื่อมใสในเรื่องนี้มาจุดธูปเทียนกราบไหว้บูชาขอพรอยู่ตลอดทุกวัน มากบ้างน้อยบ้าง ตามอัธยาศัยในความเชื่อของแต่ละคนไม่ว่ากัน มันเป็นที่พึ่งและอบอุ่นทางใจของเขาก็ไม่ได้เสียหายอะไร
หากพุทธศาสนิกชน หรือ นักท่องเที่ยวท่านใด มีโอกาสผ่านไปทางจังหวัดอุบลราชธานี ก็โปรดอย่าลืมแวะไปเที่ยว ไปกราบไหว้ขอพร “พระเจ้าใหญ่องค์แสน” พระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง ที่วัดโพธิ์ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองในทุกเรื่อง และ เพื่อให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่หวังทุกประการ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » ภูมิภาค
Top 5 ข่าวภูมิภาค
![]()
- สลด! อดีต ร.ต.อ.ดับคา รพ. 4 พ.ค. 2569
- อลังการ! 3 ตำบลเมืองขอนแก่นจัดบุญบั้งไฟ ขบวนแห่ 17 หมู่บ้านคึกคัก สืบสานศรัทธาพญาแถน 4 พ.ค. 2569
- การรถไฟฯ จัดขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษ เดินทางย้อนวันวานสุดคลาสสิก กรุงเทพฯ-นครปฐม เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พ.ค. 2569
- สมเด็จสังฆมหานายกเมียนมาถวายพระบรมสารีริกธาตุ วาระ 56 ปีวัดพระธรรมกาย 4 พ.ค. 2569
- รู้ตัวแล้ว! ศพชายปริศนาในโรงเรียนบุรีรัมย์ 4 พ.ค. 2569
ข่าวในหมวดภูมิภาค
![]()
ฟีเวอร์ไม่หยุด! คนรักสุขภาพแห่เต้น ‘Hua Hin Aerobic & Mixed Dance @ Bluport’ กันคึกคัก 21:05 น.- พายุฝนกระหน่ำ เสาไฟฟ้าล้มกว่า 10 ต้น บ้านเรือนเสียหายต้นไม้หักโค่น 20:59 น.
- ชาวอำเภอพาน รวมพลังต้านโรงไฟฟ้าขยะ เร่งล่ารายชื่อพร้อมกดดันรัฐเปิดข้อมูลโครงการ 19:36 น.
- มาแล้ว "เบิร์ด วันว่างๆ" เข้าพบตำรวจพระประแดง ดราม่าปะแป้งปูนยาแนว เสียใจขอโทษ รับปากเลิกทำคอนเทนต์ไม่เหมาะสม 19:32 น.
- ศุลกากรแม่สะเรียงร่วมทหารพราน ตรวจยึดน้ำมันเบนซิน 1,800 ลิตร วางกองริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน 19:24 น.


