วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 21:46 น.

ภูมิภาค

โคราชเปิดโครงการ “รู้เร็ว รักษาเร็ว” ดึง อสม.สู้ภัย NCDs เชิงรุก

วันศุกร์ ที่ 08 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.08 น.

นครราชสีมา วันนี้ (8 พฤษภาคม 2569) ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล และบริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด เปิดโครงการ “พัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อคนรุ่นต่อไป รู้เร็ว รักษาเร็ว ยิ่งดี ยกระดับการดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไต” นำร่องในพื้นที่อำเภอด่านขุนทด

 

 

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นพ.นพพงษ์ พงศ์เลิศโกศล รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน พร้อมด้วย 
นางจีรวรรณ หัสโรค์ รองผู้อำนวยการกองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, รศ.ดร.ชีระวิทย์ รัตนพันธ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและวิชาการ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล, นายริคาร์เต้ ริเวร่า ผู้จัดการทั่วไปและหัวหน้าธุรกิจเภสัชภัณฑ์สำหรับมนุษย์ บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด รวมถึงเครือข่าย อสม.ในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 2,000 คน

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมศักยภาพ อสม. ให้เป็นกำลังสำคัญในการดูแลสุขภาพเชิงรุกของชุมชน ตั้งแต่การคัดกรองความเสี่ยง การอ่านผล การติดตามอาการ การให้คำแนะนำเบื้องต้น ไปจนถึงการประสานส่งต่อผู้ป่วยเข้าสู่ระบบบริการสาธารณสุขอย่างเหมาะสม

 

 

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคไตเรื้อรัง ซึ่งมักไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

ข้อมูลจากโครงการ CheCKD Now ระบุว่า หากวินิจฉัยโรคไตเรื้อรังล่าช้าเพียง 1 ปี อาจเพิ่มความเสี่ยงภาวะไตวายถึง 63% และเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดอีก 8% ขณะที่การคัดกรองกลุ่มตัวอย่าง 2,500 คน จากโรงพยาบาล 9 แห่ง พบว่า มากกว่า 45% มีภาวะโปรตีนอัลบูมินรั่วในปัสสาวะ ซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคไต

นางจีรวรรณ หัสโรค์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการเสริมความเข้มแข็งของระบบสุขภาพปฐมภูมิ โดยเฉพาะการยกระดับบทบาท อสม. ให้เป็นกลไกสำคัญในการเฝ้าระวังและจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพในระดับชุมชน

 

 

ด้าน รศ.ดร.ชีระวิทย์ รัตนพันธ์ กล่าวว่า โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคไตเรื้อรัง มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด การจัดการโรคอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยการป้องกัน การปรับพฤติกรรม และการคัดกรองอย่างต่อเนื่อง โดยมหาวิทยาลัยมหิดลจะสนับสนุนองค์ความรู้และพัฒนาเครื่องมือให้ อสม.สามารถประเมินความเสี่ยงและติดตามผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม

ขณะที่ นายริคาร์เต้ ริเวร่า กล่าวว่า การค้นหาความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้นในระดับชุมชน ถือเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง บริษัทพร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ แนวทางการคัดกรอง และการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อช่วยเสริมศักยภาพ อสม. ให้ทำงานเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

หน้าแรก » ภูมิภาค