วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 01:03 น.

ภูมิภาค

ต้อนรับอบอุ่น! "ลุงโยชน์" กลับถึงบ้าน เผยวินาทีถูกทหารกัมพูชาจับ ไม่แน่ใจพื้นที่ไทยหรือเขมร

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.10 น.

วันที่ 15 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 13:10 น. เจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังสุรนารีได้พานายโยชน์หรือลุงโยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี ซึ่งถูกทหารกัมพูชาจับไปดำเนินคดี ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายกลับยังบ้านที่บ้านโสน ตำบลกันตวจระมวล อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ท่ามกลางความดีใจของภรรยาและญาติที่ต่างมารอรับกันเป็นจำนวนมาก โดยมีนายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยพันเอกจิรัฎฐ์ ช่วงฉ่ำ หัวหน้าฝ่ายทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ,นายอำเภอปราสาท นายอำเภอกาบเชิง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมยินดีและให้กำลังใจ กับครอบครัว

ทันทีที่ทหารได้พาตัวมาถึงหน้าบ้านนางกรรณิการ์ หอมขจร ภรรยา พร้อมด้วยลูกชายหลานชายรวมไปถึงญาติๆต่างเข้าสวมกอดและร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ ขณะที่ลูกชายอายุ 6 ขวบก็กอดขาพ่อด้วยความคิดถึงส่วนอีกมือของลุงโยชน์ก็อุ้มหลานตัวเล็กเอาไว้ และต่างขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การช่วยเหลือลุงโยชน์และได้ถึงกลับบ้านอย่างปลอดภัย นอกจากนั้นบรรดาญาติๆ ได้พากันทำพิธีผูกข้อแขนเพื่อรับขวัญกลับบ้าน ซึ่งทุกคนต่างตื้นตันใจถึงกับร้องไห้ออกมา ที่ลุงโยชน์ได้รับการปล่อยตัวกลับบ้านอย่างปลอดภัยหลังจากที่ถูกทางทหารกัมพูชาจับดำเนินคดีลักลอบเข้าเมืองที่จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา หลังจากที่เข้าไปหาของป่าบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชาและถูกเจ้าที่ทหารกัมพูชาจับตัวไป รวมเวลา 20 วัน

โดยลุงโยชน์ เปิดเผยวินาทีที่ถูกจับตัวว่า พื้นที่ที่ตนหาของป่าก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นพื้นที่ของฝั่งใดซึ่งพื้นที่ดังกล่าวก็เคยไปหาของป่าแต่มาครั้งนี้หลังจากการสู้รบพบว่ามีทหารกัมพูชาเข้ามาตั้งแคมป์อยู่ ขณะนั้นตนก็หาดอกกระเจียวได้กำลังจะกลับ กระทั่งไปเจอกับทหารกัมพูชา จึงได้เรียกตนให้หยุดแล้วก็มีทหารกัมพูชาเข้ามาสมทบขณะนั้นอีก 20 นาย พร้อมอาวุธครบมือแต่ไม่ได้ทำร้ายแต่อย่างใด ก่อนสอบถามและนำตัวไปไปยังอำเภอสำโรง ก่อนส่งไปจังหวัดอุดรมีชัย เพื่อดำเนินคดี ในระหว่างนั้นตนไม่สามารถที่จะติดต่อใครได้เลยเพราะว่าตนไม่ใช้โทรศัพท์ ในขณะเดียวกันตนก็ไม่ทราบว่ามีการประกาศตามหาตนด้วย และต้องเพิ่งรู้เมื่อเช้าของวันนี้จากเจ้าหน้าที่ควบคุมห้องขังที่อุดรมีชัย มาบอกจะมีเจ้าหน้าที่ฑูตฝ่ายไทยจะเข้ามาเยี่ยมตนและจะได้รับการปล่อยตัว 

ซึ่งตนก็งงมากและไม่ค่อยเชื่อคำพูดของทางด้านเขมร แต่ต่อมาก็มีเจ้าหน้าที่นำตัวออกมาแล้วก็ส่งกลับมายังประเทศไทย ในระหว่างที่คุมขังก็มีการดูแลเป็นอย่างดีตามอัตภาพจากฝั่งกัมพูชา และไม่มีการทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด ซึ่งระหว่างที่ถูกคุมขังก็มาคนไทย 40 กว่าคนถูกจับกุมอยู่ที่นั้นเช่นกัน ซึ่งส่วนมากเป็นคดีสแกมเมอร์ ในขณะที่ช่วงระหว่างถูกคุมขังมีการถามเพียงแต่ว่าเป็นสายลับหรือไม่อย่างไร ซ้ำๆคำเดียว ตนก็พูดไปตามความจริงตนเป็นเพียงชาวบ้านของป่าเท่านั้นและขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกส่วนทั้งทหารตำรวจและเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆรวมทั้งประชาชนพี่น้องที่เป็นห่วงและให้การช่วยเหลือในการกลับมายังบ้านยืนยันต่อไปจะไม่เข้าหาของป่าเขตชายแดนอีกแล้ว ขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วนที่ให้การช่วยเหลือตนจนได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยด้วย

หน้าแรก » ภูมิภาค