วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 02:20 น.

ภูมิภาค

สุรินทร์จัดใหญ่บวงสรวง “ปราสาทคนา” ครั้งแรก รำถวายกว่า 300 ชีวิต

วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.32 น.

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 น. ที่บริเวณปราสาทคนา ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ อำเภอกาบเชิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแนงมุด และประชาชนในพื้นที่ จัดกิจกรรมบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเยี่ยมเยือนปราสาทคนาเป็นครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่ หลังพื้นที่ดังกล่าวเคยเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

 

 

ภายในงานมีพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และรำถวาย โดยมีนางรำกว่า 300 คน เข้าร่วมพิธี ท่ามกลางประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ที่เดินทางมาร่วมงานและเที่ยวชมปราสาทคนาจำนวนมาก โดยมีนายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในพิธี
นอกจากนี้ ยังมีพิธีวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์เทิดศักดิ์วีรบุรุษ เพื่อไว้อาลัยและเชิดชูทหารกล้าที่เสียสละชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องพื้นที่บริเวณปราสาทคนา สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานจำนวนมาก

 

 

สำหรับปราสาทคนา หรือปราสาทหนองคะนา ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย-กัมพูชา ทางทิศใต้ของบ้านแนงมุด ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ถูกค้นพบโดยกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 216 ก่อนประสานสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา เข้าสำรวจเมื่อปี 2544

 

 

ผลการสำรวจพบว่า เป็นโบราณสถานที่ก่อสร้างด้วยอิฐจำนวน 3 หลัง หรือมากกว่า มีกำแพงศิลาแลงล้อมรอบ และพบโบราณวัตถุสำคัญหลายชิ้น เช่น ทับหลังสลักภาพช้างเอราวัณ 3 เศียร ศิวลึงค์ และชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมโบราณ โดยสันนิษฐานว่าเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู สร้างขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 15 หรือประมาณ 1,100 ปีก่อน

 

 

ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนปราสาทคนาเป็นโบราณสถานของชาติอย่างสมบูรณ์ แม้สภาพตัวปราสาทจะเหลือเพียงบางส่วนก็ตาม
นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมถึงแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงความสำคัญของพื้นที่ พร้อมเชิดชูความเสียสละของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ

 


ทั้งนี้ จังหวัดสุรินทร์ อำเภอกาบเชิง และองค์การบริหารส่วนตำบลแนงมุด มีแผนพัฒนาพื้นที่ปราสาทคนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งใหม่ของจังหวัด โดยเฉพาะการพัฒนาเส้นทางคมนาคมและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต

ด้านนางทองภัศวัลย์ ศานติกรนนท์ ชาว อ.จักราช จ.นครราชสีมา ซึ่งเดินทางมาพร้อมคณะรวม 20 คน เพื่อนำอาหารมามอบให้กำลังใจทหาร กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจและซาบซึ้งในความเสียสละของทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลประเทศชาติ พร้อมอยากให้มีการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรื่องราวความเสียสละของผู้ปฏิบัติหน้าที่

 

 

ขณะที่ประชาชนและผู้ร่วมรำบวงสรวงต่างรู้สึกปลื้มใจที่ได้ร่วมกิจกรรมสำคัญครั้งนี้ พร้อมร่วมถ่ายภาพบรรยากาศและทิวทัศน์บริเวณชายแดนไว้เป็นที่ระลึก

 

หน้าแรก » ภูมิภาค