วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 23:30 น.

ภูมิภาค

ตี 5 ก็ยอม! ลุงวัย 71 ซื้อมือถือใหม่ หวังได้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส”

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.25 น.

บรรยากาศวันแรกของการเปิดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่เช้ามืด ประชาชนจำนวนมากแห่ต่อคิวหน้าธนาคารกรุงไทยหลายสาขา หวังได้รับสิทธิช่วยเหลือจากภาครัฐ ขณะที่บางส่วนไม่พอใจการจัดคิว หลังไม่มีการแจกบัตรคิว ทำให้เกิดความวุ่นวายและมีผู้มาทีหลังได้เข้าก่อน

 

 

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ตามสาขาธนาคารกรุงไทยในตัวเมืองศรีสะเกษ มีประชาชนเดินทางมารอใช้บริการตั้งแต่เวลา 05.00-06.00 น. โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิจากโครงการรัฐมาก่อน รวมถึงผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันไม่สำเร็จ จึงต้องเดินทางมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ธนาคาร
หลายคนเตรียมเอกสารมาอย่างครบถ้วน ขณะที่บางรายลงทุนซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ เพื่อให้สามารถใช้งานแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ หวังจะได้รับสิทธิเช่นเดียวกับประชาชนรายอื่น

 

นายสุทัศน์ พึ่งพา อายุ 59 ปี เปิดเผยว่า ตนมารอตั้งแต่เวลา 06.00 น. หลังทราบว่าจะมีการแจกบัตรคิว แต่เมื่อธนาคารเปิดให้บริการกลับไม่มีการแจกบัตรคิวหรือประกาศใด ๆ ทำให้เกิดความสับสนและวุ่นวาย คนที่มาทีหลังบางส่วนกลับได้เข้าไปใช้บริการก่อน

นายสุทัศน์ ยังกล่าวอีกว่า ตนไม่เคยได้รับสิทธิจากโครงการของรัฐ ทั้งที่มีฐานะยากจน มีที่นาเพียง 1 ไร่ 3 งาน และประกอบอาชีพค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ระบบกลับแสดงข้อมูลว่ามีสวนสับปะรดและสวนทุเรียน ทั้งที่ความเป็นจริงไม่มีทรัพย์สินดังกล่าว จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องมากขึ้น หากได้รับสิทธิ จะนำเงินไปซื้อของใช้จำเป็นภายในครอบครัว

 

 

ด้านนายคำผ่อน บุญส่ง อายุ 71 ปี กล่าวว่า ตนเดินทางมารอที่ธนาคารตั้งแต่เวลา 05.00 น. ด้วยความหวังว่าจะได้ลงทะเบียนใช้งานแอป “เป๋าตัง” เป็นครั้งแรก โดยคาดว่าจะมีการแจกบัตรคิวให้ผู้ที่มาก่อน แต่สุดท้ายกลับไม่มีการจัดคิวที่ชัดเจน ทำให้ต้องรออยู่ท้ายแถว

นายคำผ่อน ระบุว่า ตนยอมลงทุนซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ เพราะเครื่องเดิมไม่รองรับการใช้งานแอปพลิเคชัน เนื่องจากอยากได้รับสิทธิเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ

 

 

ขณะที่นางวิไล บุตรสอน อายุ 45 ปี กล่าวว่า เดินทางมาลงทะเบียนเพราะที่ผ่านมาไม่เคยได้รับสิทธิช่วยเหลือจากโครงการรัฐ ปัจจุบันไม่มีรายได้ เนื่องจากป่วยเป็นโรคเบาหวาน สามีต้องเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว หากได้รับสิทธิ จะนำเงินไปซื้อไข่ น้ำมัน และของใช้จำเป็นในครัวเรือน พร้อมขอบคุณรัฐบาลที่ยังมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

 

หน้าแรก » ภูมิภาค