วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 00:28 น.

ภูมิภาค

สว.ตีแสกหน้า “ศูนย์โอทอปหนองญาติ” สร้างเสร็จปล่อยร้างถึง 20 ปี ไม่เคยใช้ประโยชน์แม้แต่ครั้งเดียว

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.23 น.

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภา(สว.)พบประชาชน ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) นำโดย นายวิรัตน์ ลิ้มสุวัฒน์ ประธานกรรมการ (หัวหน้าคณะ) พร้อมด้วย นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ รองประธานฯคนที่สอง และ สว.นครพนม ประกอบด้วย นายสากล ภูลศิริกุล นายสิทธิกร ธงยศ และ  นายสมหมาย ศรีจันทร์ พร้อมคณะ สว. ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม ตามโครงการ สว.พบประชาชน โดยมี ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมประชุมฯ ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครพนม (หลังใหม่) 

 

การลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะ สว.ได้ร่วมพบปะหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่  ผู้นำท้องถิ่น และภาคประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งประเด็นความเดือดร้อนของประชาชน ในข้อหารือรวม 6 เรื่อง ได้แก่ 1.พระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด 2.ปัญหาภัยแล้ง-ความต้องการน้ำของกลุ่มเกษตรกร 3.โครงการก่อสร้างหอชมเมืองนครพนม 4.โครงการลานตะวันเบิกฟ้า เทศบาลเมืองนครพนม 5.โครงการปรับปรุงหอเฉลิมพระเกียรติราชวงศ์จักรี และ 6.โครงการศูนย์สินค้าโอทอป (OTOP) ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม (อบจ.นครพนม) ซึ่งปัจจุบันแม้สร้างมาถึง 20 ปีแล้ว แต่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ และมีสภาพชำรุดทรุดโทรม 

 

โดย นายอนุชิต หงษาดี นายก อบจ.นครพนม ได้มอบหมายให้นางสาววัชรสรณ์ นามพลแสน รองนายกฯ เป็นผู้เข้าร่วมประชุมพร้อมกับนิติกร อบจ.นครพนม ทำให้ในที่ประชุมทราบว่า อาคารหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (ศูนย์โอทอป) ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม ได้เสนอขอรับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจประจำปี 2546 จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำนวน 30 ล้านบาท
 

โดยในปีดังกล่าวพื้นที่อ่างเก็บน้ำหนองญาติ ยังมีปัญหาเรื่องหน่วยงานที่มีอำนาจในการดูแล ซึ่งในขณะนั้น อบจ.นครพนมได้ทำเรื่องขออนุญาติไปกับ อบต.หนองญาติ หรือเทศบาลตำบลหนองญาติในปัจจุบัน หลังได้รับอนุญาตก็ดำเนินการก่อสร้าง

 

ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่ยุติแล้วว่า อ่างเก็บน้ำหนองญาติเป็นที่ราชพัสดุ มีกรมธนารักษ์เป็นผู้ดูแล โดย อบจ.นครพนมได้ดำเนินการขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ของตัวอาคาร เนื่องจากเป็นงบที่ อบจ.นครพนม ขอรับสนับสนุนจากกรมส่งเสริมฯ และเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ก็มีการตอบยืนยันมาจากสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดนครพนม ว่า เป็นทรัพย์สินของ อบจ.นครพนม ตอนนี้ก็จะเหลือในเรื่องของพื้นที่ รอการได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ ซึ่งได้ทำหนังสือขออนุญาตใช้ไปเรียบร้อยแล้ว 

 

อนาคตที่จะดำเนินการต่อในโครงการนี้ โดยศูนย์โอทอปได้ดำเนินการมานานแล้ว มีผู้บริหารหลายท่าน ซึ่งนโยบายแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป โดยนายอนุชิต หงษาดี นายก อบจ.นครพนมคนปัจจุบัน มีนโยบายที่จะดำเนินการเป็นศูนย์ฝึกอบรมผลิตภัณฑ์โอทอป และ ศูนย์กลางสินค้าโอทอป ต่อเนื่องจากโครงการที่เคยดำเนินการมาก่อน 

 

ด้าน นายสากล ภูลศิริกุล สว.นครพนม เปิดเผยว่าศูนย์โอทอปแห่งนี้ คณะ สว.ได้รับการร้องเรียนจากหลายองค์กร หลายหน่วยงาน ว่า โครงการนี้สร้างแล้วไม่เกิดประโยชน์ เพราะข้อเท็จจริงคือตั้งแต่สร้างเสร็จ โอทอปที่คิดกันไว้จำนวน 12 อำเภอในอาคารหลังนี้ ไม่เคยมีอำเภอไหนขนสินค้าไปขาย เพราะทำเลมันผิดพลาด รถเมล์ รถสองแถวก็ไม่ผ่าน แล้วตัวอาคารก็เข้าไปอยู่ในจุดที่ค่อนข้างลึก ซึ่งตนเป็นคนหนึ่งที่ร่วมผลักดันโครงการ แต่ไม่ใช่สร้างตรงนี้ สมัยตนเป็นนายก อบจ.นครพนม (2543-45) ได้สรุปเข้าสภาให้สร้างตรงที่ตั้ง อบจ.นครพนมในปัจจุบันนี้ พอตนหมดวาระก็มีการเปลี่ยนสถานที่ ย้ายมาสร้างในจุดนี้ซึ่งมันผิด ตรงที่ไม่มีรถ ไม่มีคนไปคนมา จึงทำให้โครงการนี้เกิดปัญหา พอมาเป็น สว.ก็มีคนร้องเรียนว่าทำไม่มีคนรับผิดชอบเลย

 

“ที่สำคัญศูนย์นี้ยังมีสภาพพร้อมใช้งานหรือเปล่า เชื่อว่าน่าจะชำรุดเยอะ เป็นไปได้ไหมให้หน่วยงานอื่นที่สนใจเข้าใช้พื้นที่ อบจ.ฯในฐานะคนรับผิดชอบก็เก็บค่าเช่าไป ฝากไว้เป็นแนวคิด ขืนปล่อยไว้แบบนี้ตั้ง 20 ปีแล้ว ไม่รู้ปลวกเข้าไปกินหรือเปล่า และมันใช้งานได้จริงไหม และต้องทำให้มันเกิดประโยชน์นะ เพราะ สตง.-ปปช.ก็ออกมาพูดแล้วว่าจะเอาอย่างไร และกำลังเข้าไปตรวจสอบว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร สร้างในจุดตรงนี้และไม่เคยใช้ประโยชน์เลย” นายสากล ภูลศิริกุล กล่าว.

 

ด้านตัวแทนธนารักษ์จังหวัดนครพนม กล่าวว่าแต่เดิมตอนที่ อบจ.ฯเข้าไปสร้าง สถานภาพทางที่ดินยังไม่ชัด ต่อมาพอมันแล้วตอนแรก อบจ.ฯบอกว่าจะไม่ใช้ แต่จะมอบให้ศูนย์วิทยาศาสตร์เป็นผู้ใช้แทน ตอนนี้ อบจ.จะขอเป็นผู้ใช้เอง อยู่ระหว่างยื่นขอใช้ที่ราชพัสดุ ก่อนหน้านั้นมีปัญหาตรงที่อาคาร ต้องตรวจสอบก่อนว่าจะเป็นทรัพย์สินของใคร เพราะตั้งแต่ก่อสร้างมา ไม่มีการขึ้นทะเบียนอาคารราชพัสดุ 

 

ทั้งนี้ มีประชาชนได้ตั้งข้อสงสัย ว่า ในเมื่อยังไม่มีความชัดเจน ทำไมถึงมีการเบิกจ่ายงบประมาณได้ ที่สำคัญ ปปช.และ สตง. มัวทำอะไรกันอยู่ ปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อมาถึง 20 ปี.

หน้าแรก » ภูมิภาค