วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 22:58 น.

ภูมิภาค

สว.จี้สอบศูนย์โอทอปหนองญาติ สร้างเสร็จปล่อยร้าง 20 ปี ไม่เคยใช้งาน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.48 น.

วันที่ 28 พ.ค. 2569 คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พบประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน นำโดย วิรัตน์ ลิ้มสุวัฒน์ ประธานกรรมการ พร้อมด้วย เปรมศักดิ์ เพียยุระ และ สว.จังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ติดตามปัญหาและรับฟังข้อเสนอจากประชาชน ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครพนม

การประชุมครั้งนี้มีการหยิบยกประเด็นปัญหาหลายด้านเข้าสู่ที่ประชุม รวม 6 เรื่อง หนึ่งในนั้นคือโครงการศูนย์สินค้าโอทอป (OTOP) ของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม หรือ “ศูนย์โอทอปหนองญาติ” ที่แม้ก่อสร้างเสร็จมานานกว่า 20 ปี แต่ยังไม่เคยเปิดใช้งาน และมีสภาพชำรุดทรุดโทรม

 

 

ด้าน อนุชิต หงษาดี ได้มอบหมายให้รองนายก อบจ.นครพนม และนิติกร เข้าชี้แจงต่อที่ประชุม ระบุว่า โครงการดังกล่าวได้รับงบอุดหนุนเฉพาะกิจจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เมื่อปี 2546 จำนวน 30 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคารหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาดังกล่าว พื้นที่อ่างเก็บน้ำหนองญาติยังมีปัญหาด้านสิทธิการใช้พื้นที่ ทำให้ภายหลังต้องมีการตรวจสอบและยืนยันว่าเป็นพื้นที่ราชพัสดุ ภายใต้การดูแลของกรมธนารักษ์ ขณะนี้ อบจ.นครพนม อยู่ระหว่างยื่นขออนุญาตใช้พื้นที่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมีการชี้แจงว่า ตัวอาคารถือเป็นทรัพย์สินของ อบจ.นครพนม เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณและดำเนินการก่อสร้าง โดยผู้บริหารชุดปัจจุบันมีแนวคิดพัฒนาอาคารดังกล่าวให้เป็นศูนย์ฝึกอบรมและศูนย์กลางสินค้าโอทอปของจังหวัด
ขณะที่ สากล ภูลศิริกุล เปิดเผยว่า คณะ สว.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากหลายฝ่ายเกี่ยวกับโครงการนี้ เนื่องจากตั้งแต่ก่อสร้างเสร็จ ไม่เคยมีการนำสินค้าโอทอปจากทั้ง 12 อำเภอเข้ามาจำหน่ายจริง สาเหตุสำคัญมาจากทำเลที่ตั้งไม่เหมาะสม การเดินทางเข้าออกลำบาก และไม่มีรถโดยสารผ่าน

 

 

นายสากล ระบุอีกว่า เดิมสมัยดำรงตำแหน่งนายก อบจ.นครพนม เคยเสนอให้ก่อสร้างในพื้นที่ตั้ง อบจ.ปัจจุบัน แต่ภายหลังมีการเปลี่ยนจุดก่อสร้าง จนเกิดปัญหาดังกล่าว พร้อมเสนอแนวคิดว่า หากยังสามารถใช้งานได้ ควรเปิดให้หน่วยงานหรือเอกชนเช่าพื้นที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์และสร้างรายได้ แทนการปล่อยร้างต่อไป

พร้อมกันนี้ ยังระบุว่า หน่วยงานตรวจสอบอย่าง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ อยู่ระหว่างติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว

 

 

ด้านตัวแทนสำนักงานธนารักษ์จังหวัดนครพนม ชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้สถานะของที่ดินยังไม่ชัดเจน อีกทั้งตัวอาคารไม่เคยมีการขึ้นทะเบียนเป็นอาคารราชพัสดุ จึงต้องตรวจสอบรายละเอียดด้านกรรมสิทธิ์และการใช้พื้นที่ให้ถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย

ทั้งนี้ มีประชาชนบางส่วนตั้งข้อสังเกตถึงการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการดังกล่าว ทั้งที่สถานะพื้นที่ยังไม่มีความชัดเจน และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส

 

หน้าแรก » ภูมิภาค