วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 00:35 น.

ภูมิภาค

ปปท.เขต 7 ลงพื้นที่เก็บข้อมูลปมปัญหาขัดแย้งการบริหารงาน รร.อนุบาลนครปฐม

วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.36 น.

วันที่ 30 พฤษภาคม 69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี ปัญหาความขัดแย้งการบริหารงาน โรงเรียนอนุบาลนครปฐม ซึ่งพบปมปัญหาหลายอย่าง โดยเมื่อวานนี้กลุ่มเครือข่ายผู้ปกครองนักเรียนได้เดินหน้าเข้ายื่นหนังสือร้องเรียน ต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครปฐม และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 เพื่อให้มีการตรวจสอบพฤติกรรมและให้ย้าย 2 รองผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีพฤติกรรมสร้างความแตกแยกในการบริหารงานโรงเรียนส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถบริหารและเกิดปัญหาในการเบิกจ่ายค่าอุปกรณ์สำหรับนักเรียนได้

 

โดยหลังจากที่เครือข่ายผู้ปกครอง นำโดยนายกานต์ วิไลลักษณ์ และในฐานะศิษย์เก่า ได้นำคณะผู้ปกครองขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว วันเดียวกัน ช่วงบ่าย นางสาวชิยา ศิริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 7 (ปปท.เขต7) พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่มาพร้อมกับสื่อมวลชนช่องหนึ่งได้เข้ามาติดตามและสอบถามปัญหาปมการร้องเรียน เกี่ยวกับเรื่องการจัดซื้อเครื่องสแกนใบหน้าของนักเรียนและการเปิดให้มีการเรียนการสอนปรับพื้นฐานในช่วงก่อนเปิดภาคเรียน ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับคณะเครือข่ายผู้ปกครองได้กลับมาจากยื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อมาพบกับ ดร.วชิรวิทย์ นิติพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐม ซึ่งได้รับหนังสอสั่งการให้ไปดำรงตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอนขนาก โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน นี้

 

จากนั้น ได้มีการหารือถึงปัญหาเบื้องต้น ร่วมกันประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ ปปท.เขต 7 ตัวแทนจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 ผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลนครปฐม คณเครือข่ายผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนอนุบาลนครปฐม สื่อมวลชน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองนครปฐม มาคอยสังเกตการณ์ โดยเป็นการหารือเบื้องต้นเพื่อทราบปัญหา และให้ทางผู้บริหารได้ชี้แจงตามประเด็นที่ได้รับการร้องเรียนมา โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความตรึงเครียด

 

โดย นางสาวชิยา ศิริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 7 ได้สอบถามกับเครือข่ายผู้ปกครองถึงปัญหาที่เกิดขึ้นซึ่งเบื้องต้นทราบว่า มีการเปิดการศึกษามาแล้ว 2 สัปดาห์แต่ยังมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่นักเรียนยังได้รับไม่ครบ แต่เพิ่งมาทราบว่ามีการเกิดปัญหาขึ้นในการบริหารจัดการภายในที่เกิดปัญหาทำให้เด็กไม่ได้รับอุปกรณ์ครบตามเวลา และหลังจากมีการทราบว่าผู้อำนวยการได้ถูกไปดำรงตำแหน่งในวันที่ 2 มิ.ย. นี้จึงได้มีการทราบถึงปัญหาและได้มีศิษย์เก่าและผู้ปกครองได้สืบทราบว่าใครเป็นปมปัญหาและเกิดไรขึ้นจึงได้ข้อสรุปว่า ปัญหาดังกล่าวควรยุติโดยเร็วเพื่อให้เกิดผลกระทบกับเด็กน้อยที่สุด ส่วนปัญหาความขัดแย้งที่มีการร้องเรียนกันทุกหน่วยที่รับผิดชอบต้องมีความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งจะมีการรื้อกระบวนการที่มีการร้องเรียนมาตรวจสอบให้ชัดเจน อีกครั้ง

 

โดย นายกานต์ วิไลลักษณ์ และในฐานะศิษย์เก่าและผู้นำเครือข่ายผู้ปกครอง บอกว่าตอนนี้ผมได้ยื่นเรื่องเรียนไปหลายแห่งและนำเอกสารข้อมูลที่ได้รับมามอบไปแล้วแต่ทุกแห่งก็เงียบหมดตอนนี้ได้ร้องเรียนไปยังระดับรัฐบาลแล้ว โดยพยายามขอพบกับนายวิเชียร วาพัดไทย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 หลายครั้งเพื่อให้มาแก้ไขปัญหาอย่างดังกล่าวที่สะสมหมักหมมมานานให้จบลงโดยเร็ว แต่ก็ไม่ได้รับการให้พบกันสักครั้ง

 

นายกานต์ บอกว่า วันนี้ทราบว่ามีการพยายามที่จะทำให้ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐม พ้นจากตำแหน่ง แต่ผมไม่ได้มาเพื่อเป็นกระบอกเสียงของใคร เพราะผู้อำนวยการมาทำงานได้เพียง 8 เดือน และปัญหาที่เกิดขึ้นคือปัญหาสะสมที่เกิดขึ้นของผู้บริหารชุดเก่า และยังไม่ได้ทำงานตามนโยบายที่เคยตั้งไว้เพราะมีแต่เรื่องร้องเรียน ไม่จบ

 

"วันนี้ผมจะมาแบบชัดเจนด้วยความเป็นผู้ปกครองที่ผูกพันกับโรงเรียนนี้มานานลูกก็ยังเรียนที่นี่ ต้องถามว่าปัญหาคืออะไร ผมบอกว่าเกิดจาก 2 รองผู้อำนวยการโรงเรียนที่ได้ส่งชื่อแจ้งไปแล้ว แต่ก็เงียบทุกครั้ง และวันนี้ต้องปรากฏสิ่งที่แก้ไขปัญหาให้ได้ ผมรู้ว่าวันนี้ มีปปท. มาพร้อมสื่อเพื่อมาตรวจสอบเรื่องกล้องสแกนใบหน้านักเรียน ซึ่งทุกเรื่องเราทราบกันดีเพราะทุกครั้งการดำเนินการจะเป็นการอนุมัติด้วยมติของคณะกรรมการขั้นพื้นฐานของโรงเรียนซึ่งประกอบด้วยหลายส่วน แต่ที่อุปกรณ์เด็กยังไม่ได้เพราะเกิดการขัดแข้งขัดขากันเอง ผมถามว่า ถ้าโยกย้ายผอ.คนเดิมออกไปแล้วเอาคนใหม่มานั่ง ถามว่า จะแก้ปัญหาได้อย่างไร เพราะคนร้องเรียนก็ต้องมาร้องเรียนแบบเดิม แต่ถ้าไม่ร้องเรียนก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งใช่หรือไม่" นายกานต์กล่าว

 

ขณะที่ผู้ปกครองบางรายบอกว่า ให้แยกเรื่องการขัดแย้งของการบริหารงานออกและให้มีการเร่งดำเนินการเพื่อเด็กๆ เพราะปัญหานี้ไม่ควรเอาเด็กมาเป็นตัวประกัน ซึ่งทราบว่า 2 รองผู้อำนวยการที่มีปัญหาได้ถูกให้ไปช่วยราชการที่ สปพ.เขต 1 แต่จะมีผลกลับมาในวันที่ 2 มิ.ย. เป็นวันเดียวกับที่ ผอ.ถูกโยกย้ายไป หมายความว่าอย่างไร อันนี้คือคำถามที่สงสัย และปัญหาจะจบได้ คือโยกย้าย 2 รองผู้อำนวยการออกไปด้วยเพราะถ้ากลับมา คณะครูผู้สอนจะเกิดความวิตกในการทำงานเพราะมีพฤติกรรมคุกคามและมีการสื่อสารกับบุคคลภายนอก หลายครั้ง และมีเบื้องลึกระดับรองผู้อำนวยการใน สปพ. เรียกครูไปข่มขู่นอกโรงเรียนมาแล้ว ตรงนี้มีหลักฐานชัดเจน ซึ่งมองแล้วเหมือนมีกระบวนการภายในที่มีขบวนการโยงถึงกันอยู่ เรื่องนี้ต้องให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม มาสะสางไปพร้อมกับหน่วยงานอื่นๆ ร่วมถึงต้นสังกัดของโรงเรียนนี้ด้วย

 

ขณะที่ ดร.วชิรวิทย์ นิติพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐม ซึ่งได้เข้ามาพบคณะที่หารือพร้อมประกาศว่าพร้อมให้ข้อมูลและแจ้งถึงการดำเนินการได้ทุกขั้นตอน และมีเอกสารยืนยันซึ่งการทำงานเป็นการทำงานด้วยคณะทำงานที่มีคณะกรรรมการขึ้นพื้นฐานของโรงเรียนที่มีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมอยู่หลายท่าน

 

ดร.วชิรวิทย์ ตอบคำถามสื่อที่ตั้งข้อสงสัย สื่อมวลชนแขนงหนึ่งที่มาพร้อมกับคณะ ปปท.เขต 7 เรื่องเครื่องสแกนใบหน้าว่า เป็นเรื่องของการทดลองการใช้เครื่องซึ่งผู้เสนอให้นำมาใช้ทดสอบฟรีโดยไม่บันทึกข้อมูล เพราะมีกฏหลายอย่างและได้รับแจ้งว่าไม้เหมาะมาใช้กับเด็กด้วยสเป็กที่ไม่เข้ากันก็เตรียมจะถอนการติดตั้งและนำเจ้าอื่นมาเสนอข้อมูลก่อจะมีการสรุปว่าจะมีการจัดซื้อหรือไม่

 

ส่วนเรื่องของอุปกรณ์การเรียน ที่ยังขาดเช่นดินสอ ชีส แก้วน้ำ ได้ทราบว่ามีการสั่งการซื้อไปตั้งแต่เปิดเทอม แต่ช่วงเวลาเดียวกันผมเองก็ถูกสั่งการให้ไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เมื่อกลับมาก็เพิ่งทราบว่าเด็กๆยังไม่ได้รับของที่ต้องมาใช้ในการดำเนินการผมก็สงสัยว่ารองผู้อำนวยการที่ร้องเรียนผม มีอำนาจเต็มในตอนนั้นเหตุใดไม่ลงนามสั่งซื้อให้ทันเวลาและได้เชิญผู้ปกครองขึ้นไปชมห้องเรียนซึ่งพบว่ามีแอร์เสียหลายตัว แต่ผมก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะแอร์ที่มีไม่ได้ลงทะเบียนเป็นคุรุภัณฑ์มาตั้งแต่ผมไม่ได้ย้ายมา และสงสัยว่าทำไมเขาถึงไม่ลงทะเบียน ซึ่งถ้าผมสั่งซ่อมผมก็ทำผิดกฎหมาย แต่ช่วงที่ผมถูกไปช่วยราชการกลับมีการล้างแอร์ เฉพาะห้องเรียน EP ทั้งๆ ที่โรงเรียนเรามีการใช้แอร์ในห้องเรียนทุกห้อง ตรงนี้

 

"ตอนนี้ผมทำอะไรก็ผิด ซื้อก็ผิดไม่ซื้อก็ผิด เพราะมีการร้องเรียนทุกเรื่องตั้งแต่ผมมา แต่ปัญหาคือการบริหารงานของคณะทำงานชุดเก่า ซึ่งผมบอกตรงนี้ถ้าผมเปิดออกมามีตายหลายคนเพราะมีหลักฐานชัดเจนแล้วหลายเรื่อง แต่แปลกที่ผมไปร้องเรียน ปปท.เขต 7 ก็ไม่รับเรื่องผม ไป ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครปฐมก็ไม่รับผม เพราะผมเป็นข้าราชการ ไปร้อง ปปช.นครปฐม บอกว่า ไม่รับเพราะผมเขียนด้วยลายมือ อ่านไม่ออกให้ผมไปพิมพ์มาใหม่ ผมถูกสั่งห้ามให้ข่าว ห้ามพูด แล้วผมกำลังเจออะไร เงินทองอะไรก็ไม่ได้ไปยุ่งแบบนี้คืออะไรครับ" ดร.วชิรวิทย์ กล่าวชัดเจนกลางที่ประชุมหารือร่วมกัน

 

ดร.วชิรวิทย์ กล่าวต่อว่า วันนี้ผมพยายามรักษาสถานการณ์ให้ดีไม่ไปยุ่งกับใครทั้งคนเก่าคนใหม่ แต่หลายคนก็ได้รับผลกระทบไปด้วยทั้งครอบครัวและคณะครู ตอนนี้เสียกำลังใจกันมาก ภายในสถานการณ์ตรึงเครียดแล้วถามว่า ที่ย้ายผม ผมผิดอะไร ข้อหาอะไร ไม่มีใครบอกผม วันแรกมาทำงานเจอมาทวงเงินที่เขาไปจัดซื้อจัดจ้างกันเองกับบุคคลภายนอกประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งถ้าเป็นงบผูกพันธ์ผมก็จะดำเนินการให้ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปหาที่ไหน เพราะพอผมมาเงินมันแทบจะไม่มีแล้ว ผมถึงไม่อยากจะพูด แต่ปัญหาก็มาที่ผมหมดแล้วมันคืออะไรครับ ผมมีข้อมูลชัดเจน ตอนนี้กำลังสืบสวนและมีการลักข้อมูลกันออกไปมีการแจ้งความแล้ว มีการขยับไหมครับ ผมถามตรงนี้เลย

 

ขณะที่ นางสาวชิยา ศิริรักษ์ ผู้อำนวยการ ปปท.เขต 7 ได้สอบถามว่าเรื่องที่ได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานส่งไปเมื่อไหร่เนื่องจากมารับตำแหน่งได้เพียงเดือนเดียว และได้ให้ผู้ปกครองและผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐม ไปยื่นเรื่องร้องเรียนใหม่เนื่องจากเพิ่งย้ายมารับตำแหน่งได้เพียง 1 เดือน และทราบวันนี้ว่ามีปัญหาลึกซึ้งมากกว่าการ้องเรียนที่เกิดขึ้น โดยให้สรุปเป็นเรื่องสำหรับนักเรียนเป็นหลัก

 

ขณะเดียวกัน เครือข่ายผู้ปกครอง ได้สอบถามหลังการหารือว่า ปปท.เขต 7 มาพร้อมกับสื่อมวชนแขนงหนึ่งได้อย่างไรและมาในประเด็นใด ก็ไม่มีใครทราบคำตอบและเหตุใดต้องไปเขียนเรื่องร้องเรียนและส่งเอกสารใหม่ ซึ่งเรื่องที่เคยร้องเรียนไว้ตกหล่นหรือหายไปได้อย่างไร และเหตุสื่อมวลชนที่มาด้วยไม่ได้สอบถามความชัดเจนจากความต้องการของผู้ปกครองคือการขับไล่ผู้บริหารให้ย้ายออกไปเป็นพียงการไปพบ ผู้บริหาร สปพ.เขต 1 และมาพบกับ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐม เพื่อให้ชี้แจงเรื่อง แอร์ เก่า เสียและไม่ลงทะเบียน เท่านั้น แต่ไม่สอบถามถึงปัญหาการเข้ามาแทรกแซงหรือมีการสร้างสถานการณ์ภายใน เพื่อขยายผลให้สังคมได้ทราบและแก้ปัญหาไปในครั้งเดียวร่วมกัน

 

ซึ่งจากการสอบถามข้อมูลจากแหล่งข่าว ได้ให้ข้อสังเกตว่า การโยกย้ายข้าราชการครูในพื้นที่ อาจจะมีการวางตัวไว้แล้วซึ่ง ดร.วชิรวิทย์ ได้ทำเรื่องย้ายและเข้าตามเกณฑ์ที่กำหนดจึงได้รับความไว้วางใจให้มาดำรงตำแหน่งที่นี่แทนคนที่เป็นตัวเต็งหรือไม่ ซึ่งอยู่ในยุคของผู้บริหาร สปพ. ที่โยกย้ายไปแล้ว จึงทำให้มีการร้องเรียนการบริหารงานที่เกิดการพบการผิดปกติของคณะบริหารชุดเก่าจึงมีการนำเรื่องร้องเรียนมาให้เป็นปัญหาของผู้อำนวยการคนใหม่ ซึ่งนับจากนี้จะเป็นบทพิสูจน์การตรวจสอบ และให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการมนยุคปัจจุบัน ที่รับผิดชอบทุกภาคส่วนว่า จะมีการแสดงความชัดเจนอย่างเป็นธรรมหรือไม่ รวมถึงเงื่อนของเวลาว่าจะมีการใช้เวลาสอบสวนตรวจสอบนานเท่าไหร่
 

หน้าแรก » ภูมิภาค