วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 01:23 น.

ภูมิภาค

อยุธยากวาดล้างแก๊งลักตัดสายไฟ รวบ 13 ผู้ต้องหา เสียหายกว่า 8 ล้านบาท

วันพุธ ที่ 08 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 20.13 น.

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการลักตัดสายไฟและขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการและระบบสาธารณูปโภค มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท

นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ไฟส่องสว่างบนถนนสายเอเชีย รวมถึงถนนสายหลักและสายรองในหลายพื้นที่ของจังหวัดดับเป็นบริเวณกว้าง จากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุเกิดจากกลุ่มคนร้ายลักลอบตัดสายไฟและขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อนำทองแดงและชิ้นส่วนภายในไปจำหน่ายให้ร้านรับซื้อของเก่า แม้ว่าของกลางจะมีมูลค่าเพียงหลักพันบาท แต่กลับสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐเป็นมูลค่าหลายล้านบาท อีกทั้งยังทำให้ระบบไฟส่องสว่างริมถนนไม่สามารถใช้งานได้ เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน

 

 

ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ระดมชุดสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 13 ราย ในพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจ 5 แห่ง

ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้จังหวัดจะยกระดับการตรวจสอบร้านรับซื้อของเก่าทุกแห่ง โดยผู้ประกอบการจะต้องตรวจสอบที่มาของทองแดง สายไฟ และวัสดุต่าง ๆ ที่มีผู้นำมาจำหน่าย หากพบเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด จะต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

หากผลการสืบสวนพบว่าร้านรับซื้อของเก่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับซื้อทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด จังหวัดจะประสานนายอำเภอในฐานะผู้มีอำนาจออกใบอนุญาต เพื่อดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อปิดช่องทางการระบายทรัพย์สินของคนร้าย และตัดวงจรการลักตัดสายไฟในพื้นที่

 

 

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือประชาชนช่วยสอดส่องดูแล หากพบบุคคลหรือรถยนต์ต้องสงสัยจอดอยู่ตามแนวถนน หรือพบผู้ปีนเสาไฟฟ้าโดยไม่มีเครื่องหมายแสดงสังกัดหน่วยงานราชการหรือการไฟฟ้า ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบทันที

ด้าน พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง เปิดเผยว่า คดีสำคัญเกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.บางปะหัน โดยคนร้ายใช้รถกระบะเป็นพาหนะ ก่อเหตุขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าริมทางหลวงหมายเลข 347 ใช้บันไดพาดขึ้นเสาไฟ ตัดกระแสไฟฟ้า ก่อนใช้สว่านแบตเตอรี่ถอดหม้อแปลงลงมา แล้วชำแหละเอาเฉพาะทองแดงและชิ้นส่วนที่มีมูลค่าไปจำหน่าย ภายหลังเจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย

จากการสอบสวนยังพบว่า ผู้ต้องหากลุ่มเดียวกันเคยก่อเหตุลักตัดสายไฟในพื้นที่ สภ.พระอินทร์ราชา มาก่อน โดยใช้วิธีการลักษณะเดียวกัน คือใช้รถกระบะดัดแปลงเพื่อปิดบังแผ่นป้ายทะเบียน ใช้อุปกรณ์ที่สามารถจัดหาได้ทั่วไปตัดกระแสไฟ แล้วลงมือก่อเหตุอย่างรวดเร็วก่อนหลบหนี

 

 

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ต้องหาส่วนใหญ่มีประวัติก่อเหตุลักตัดสายไฟมาแล้วหลายครั้ง และเมื่อพ้นโทษก็กลับมาก่อเหตุซ้ำอีก

ส่วนการจับกุมผู้ต้องหารายล่าสุด เกิดจากเบาะแสของพลเมืองดีที่แจ้งไปยังสายตรวจรถจักรยานยนต์ สภ.นครหลวง หรือ "ตำรวจน๊อต" หลังพบชายต้องสงสัยกำลังขุดดินบริเวณร่องกลางถนนสายเอเชีย กิโลเมตรที่ 27 ตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบสายไฟที่ถูกตัดยาวประมาณ 10 เมตร พร้อมอุปกรณ์ที่คาดว่าใช้ก่อเหตุ ได้แก่ ชะแลง เสียม และเครื่องมือสำหรับลักตัดสายไฟ จึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างเร่งขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป

หน้าแรก » ภูมิภาค