วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 01:50 น.

ภูมิภาค

สคร.9 เตือนงดก้อยปลา-ลาบปลา เสี่ยงพยาธิใบไม้ตับ เพิ่มโอกาสมะเร็งท่อน้ำดี

วันพฤหัสบดี ที่ 09 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.54 น.

นครราชสีมา – วันนี้ (9 กรกฎาคม 2569) ที่ห้องประชุมสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา ตำบลหนองบัวศาลา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา พร้อมด้วยผู้ช่วยผู้อำนวยการ หัวหน้ากลุ่มงาน เจ้าหน้าที่ และบุคลากรทางการแพทย์ ประชุมหารือเร่งด่วนเพื่อกำหนดแนวทางประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนเลิกรับประทานปลาดิบและอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ พร้อมรณรงค์เตือนให้หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงจากปลาน้ำจืดเกล็ดขาวแบบดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ก้อยปลา ลาบปลา พล่าปลา ปลาส้ม ปลาจ่อม และปลาร้าดิบ เนื่องจากอาจได้รับเชื้อพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคมะเร็งท่อน้ำดี พร้อมแนะนำให้ยึดหลัก "กินสุก สะอาด ปลอดภัย" โดยปรุงอาหารด้วยความร้อนทุกครั้ง และผู้ที่มีประวัติรับประทานปลาดิบควรเข้ารับการตรวจอุจจาระเพื่อค้นหาไข่พยาธิและรับการรักษาอย่างถูกต้อง

 

 

นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวว่า โรคพยาธิใบไม้ตับเกิดจากการรับประทานปลาน้ำจืดเกล็ดขาวที่มีตัวอ่อนพยาธิและปรุงไม่สุก เช่น ปลาตะเพียน ปลาซิว ปลาสร้อย ปลาแก้มช้ำ ปลาขาวนา และปลากระสูบ เมื่อตัวอ่อนพยาธิเข้าสู่ร่างกายจะเจริญเติบโตและอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของท่อน้ำดี หากติดเชื้อเป็นเวลานานหรือได้รับเชื้อซ้ำหลายครั้ง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ทั้งนี้ การหมัก การดอง การแช่น้ำปลา เกลือ น้ำมะนาว หรือเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ไม่สามารถฆ่าตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับได้ วิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพ คือ การปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนอย่างทั่วถึง เช่น ต้มในน้ำเดือดอย่างน้อย 10 นาที หรือใช้ไมโครเวฟกำลังไฟ 800 วัตต์ อย่างน้อย 10 นาที เพื่อทำลายตัวอ่อนพยาธิ

 

 

นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอแนะนำประชาชนให้ป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับ โดยงดรับประทานปลาน้ำจืดเกล็ดขาวแบบดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ ปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนทุกครั้งก่อนรับประทาน ถ่ายอุจจาระลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ ไม่ถ่ายลงแหล่งน้ำเพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายของพยาธิ ผู้ที่เคยรับประทานปลาดิบเป็นประจำควรเข้ารับการตรวจอุจจาระค้นหาไข่พยาธิที่สถานบริการสาธารณสุข และหากพบพยาธิควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษา รวมทั้งไม่ส่งเสริมหรือชักชวนเด็กและเยาวชนให้รับประทานอาหารประเภทปลาดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ

สคร.9 นครราชสีมา ขอเชิญชวนประชาชนเลิกรับประทานปลาดิบและอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ โดยผู้ที่มีประวัติรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เป็นประจำ หากมีอาการ เช่น เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ท้องอืด ตับโต อาหารไม่ย่อย จุกเสียด หรือรู้สึกแน่นบริเวณใต้ชายโครงขวา ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ นอกจากนี้ ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อน ล้างผักให้สะอาดก่อนรับประทาน ถ่ายอุจจาระลงส้วมที่ถูกสุขลักษณะทุกครั้ง และตรวจอุจจาระค้นหาไข่พยาธิปีละ 1 ครั้ง หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

หน้าแรก » ภูมิภาค