วันอังคาร ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569 09:14 น.

ภูมิภาค

ร้องสื่อถูกพระชราวัย 84 ลวงเข้ากุฏิอ้างทำพิธีแก้กรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 09 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.14 น.

ทนายพายายวัย 61 ร้องสื่อ ถูกพระชราวัย 84 วัดดังพัทลุง ลวงเข้ากุฏิอ้างทำพิธีแก้กรรม ก่อนลงมือทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัสต้องหามส่ง รพ. นอนพักรักษาตัวนาน 5 วัน ผวาคดีเงียบหายเหตุลูกชายผู้ก่อเหตุเป็นข้าราชการตำรวจ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า นางทองสิ้น (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี ชาวจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วย นายสันติชัย ชายเกตุ ทนายความ ได้เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพัทลุง หลังจากนางทองสิ้นถูกพระลูกวัดแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง ล่อลวงให้เข้าไปภายในกุฎิ จากนั้นได้ข่มขู่และบังคับให้ทำตามคำสั่ง ก่อนจะใช้ของแข็ง (ขวดแก้ว) ล่วงละเมิดและทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลฉกรรจ์และเลือดไหลไม่หยุด จนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลพัทลุงนานกว่า 5 วัน

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งหลังเกิดเหตุทางญาติได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง แล้ว แต่ผู้เสียหายหวาดกลัวว่าเรื่องจะเงียบหาย เนื่องจากทราบว่าลูกชายของพระรูปดังกล่าวเป็นข้าราชการตำรวจ จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนกับทนายความและสื่อมวลชนให้ช่วยเกาะติดสถานการณ์

นางทองสิ้น เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุในช่วงเย็น ตนได้เดินทางไปยังวัดดังกล่าวเพื่อนำอาหารไปให้สุนัขและแมวจรจัด ต่อมา "ตาหลวงจิตร" ได้เรียกให้ตนเข้าไปรับอาหารสัตว์ภายในกุฏิ เมื่อเข้าไปถึงกลับถูกข่มขู่และบังคับให้ตนเองนอนลง โดยตาหลวงจิตรข้ามขั้นอ้างว่าเป็นพิธีแก้กรรมเพื่อช่วยให้มีความสุขเนื่องจากตนไม่มีคู่ครอง เมื่อตนตั้งสติได้และสบโอกาสจึงรีบปั่นจักรยานหนีออกจากวัดกลับบ้านพักทันที เมื่อมาถึงบ้านพบว่าร่างกายได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงและมีเลือดไหลออกมาไม่หยุดจากบาดแผลภายใน จึงรีบโทรศัพท์แจ้งให้น้องสาวประสานรถพยาบาลมารับตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลพัทลุงทันที โดยต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ถึง 5 วัน

หลังจากออกจากโรงพยาบาล ตนได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจเพื่อติดตามความคืบหน้าคดี แต่ในขณะนั้นไม่พบร้อยเวรเจ้าของคดี มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำโรงพักแจ้งให้ตนกลับบ้านไปรอฟังข่าว ตนรู้สึกไม่สบายใจและหวาดกลัวอิทธิพลจึงต้องออกมาร้องเรียนต่อทนายความ

ทางด้าน นายสันติชัย ชายเกตุ ทนายความ เปิดเผยว่า ผู้เสียหายมีความเคารพและศรัทธาพระรูปนี้มากเนื่องจากเข้าออกวัดเป็นประจำ ในวันเกิดเหตุผู้เสียหายอยู่ในอาการตกใจและหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก พฤติกรรมของพระรูปนี้ถือว่าไม่เหมาะสมและเข้าข่ายกระทำความผิดทางกฎหมายอย่างชัดเจน ส่วนกระแสสังคมบางส่วนที่มองผู้เสียหายในทางเสื่อมเสีย ตนมองว่าไม่ยุติธรรม เพราะเหตุการณ์นี้เกิดจากความเลื่อมใสศรัทธาจนทำให้ผู้เสียหายยากที่จะขัดขืน ไม่ใช่การยินยอมพร้อมใจแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดดังกล่าว เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจาก พระจิตร (สงวนนามสกุล) หรือตาหลวงจิตร อายุ 84 ปี ซึ่งพระจิตรได้ตอบเพียงสั้น ๆ แบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า ทุกอย่างขอไปพูดคุยและให้การในชั้นศาลเท่านั้น

ด้าน นางรัชนก อินผอม อายุ 51 ปี บุตรสาวของพระจิตร กล่าวว่า คุณพ่ออายุมากถึง 84 ปีแล้ว สายตาไม่ดีและหูตึง ไม่น่าจะมีเรี่ยวแรงไปกระทำการตามที่ถูกกล่าวหาได้ ตนจึงยังไม่ปักใจเชื่อในทันที และได้พยายามสอบถามความจริงจากคุณพ่อแล้ว แต่คุณพ่อบอกเพียงว่าขอตั้งสติก่อนและยังไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดใดๆ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองพัทลุง เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี ทว่ายังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องคนใดออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีนี้แต่อย่างใด

 

หน้าแรก » ภูมิภาค