วันอังคาร ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569 05:01 น.

ภูมิภาค

โคราชผวา! ไข้หูดับคร่าแล้ว 8 ชีวิต สคร.9 เตือนงดหมูดิบ

วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.23 น.

โคราชผวาโรคไข้หูดับ คร่าแล้ว 8 ชีวิต ขณะที่ 4 จังหวัดเขตสุขภาพที่ 9 ป่วยสะสม 75 ราย เสียชีวิตรวม 9 ราย สคร.9 ย้ำประชาชนยึดหลัก “กินสุก แยกอุปกรณ์ สะอาดทุกขั้นตอน” พร้อมแนะ 8 แนวทางป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด

วันนี้ (12 กรกฎาคม 2569) ที่อาคารอำนวยการและศูนย์ฝึกอบรมนักระบาดวิทยาภาคสนาม สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 (สคร.9) นครราชสีมา ตำบลหนองบัวศาลา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เปิดเผยสถานการณ์โรคไข้หูดับ หรือโรคติดเชื้อ Streptococcus suis ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบในสุกร โดยเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายจากการรับประทานเนื้อหมูที่ปรุงไม่สุกหรือสุกไม่เพียงพอ รวมถึงการสัมผัสเนื้อหมูหรือเลือดหมูดิบผ่านบาดแผล เช่น ลาบหมูดิบ ก้อยหมูดิบ เลือดหมูดิบ และแหนมหมูดิบ ส่งผลให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ จนอาจเกิดภาวะหูหนวกถาวร พิการ หรือเสียชีวิตได้

 

 

สำหรับผู้ที่ได้รับเชื้อ ภายใน 3 วันอาจเริ่มมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย เวียนศีรษะ ปวดข้อ มีจ้ำเลือดตามผิวหนัง ซึม คอแข็ง ชัก และระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง หากเชื้อลุกลามเข้าสู่เยื่อหุ้มสมองและกระแสเลือด จะทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ข้ออักเสบ ม่านตาอักเสบ รวมถึงลุกลามไปยังประสาทหูชั้นใน ส่งผลให้หูตึง หูดับ หูหนวก เวียนศีรษะ และเดินเซ อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นภายใน 14 วันหลังเริ่มมีไข้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจสูญเสียการได้ยินอย่างถาวรและเสียชีวิตได้ โดยกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจ ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ และผู้ดื่มสุราเป็นประจำ

นายแพทย์สายลักษณ์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 7 กรกฎาคม 2569 เขตสุขภาพที่ 9 ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ มีผู้ป่วยโรคไข้หูดับสะสม 75 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 1.13 ต่อประชากรแสนคน และมีผู้เสียชีวิต 9 ราย อัตราตาย 0.14 ต่อประชากรแสนคน
แยกเป็นรายจังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา มีผู้ป่วย 45 ราย เสียชีวิต 8 ราย จังหวัดชัยภูมิ มีผู้ป่วย 10 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต จังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้ป่วย 12 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต และจังหวัดสุรินทร์ มีผู้ป่วย 8 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป รองลงมาคือกลุ่มอายุ 55-64 ปี และ 45-54 ปี ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างและเกษตรกรรม

 

 

สคร.9 จึงขอให้ประชาชนยึดหลัก “กินสุก แยกอุปกรณ์ สะอาดทุกขั้นตอน” พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำ 8 ข้อ ได้แก่ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกเท่านั้น แยกอุปกรณ์ประกอบอาหารดิบและอาหารสุก เลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่ได้มาตรฐาน หลีกเลี่ยงการสัมผัสเนื้อหมูดิบหรือเลือดหมูด้วยมือเปล่า ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสุกรหรือผลิตภัณฑ์จากสุกร งดรับประทานเมนูหมูดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการร้านอาหารเพิ่มมาตรการด้านสุขอนามัย และหากมีไข้สูง ปวดศีรษะ หรือมีอาการผิดปกติหลังรับประทานหรือสัมผัสเนื้อหมู ให้รีบพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติเสี่ยง เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

 

หน้าแรก » ภูมิภาค