วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 06:46 น.

ภูมิภาค

คุมสอบผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าโหด พบคราบเลือด-ฝักมีดปริศนา

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.36 น.

คืบหน้าคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญหนุ่มชาวอุดรธานี ล่าสุดตำรวจคุมตัวผู้ต้องสงสัยสอบสวน หลังพบคราบเลือดและฝักมีดภายในกระท่อม ขณะที่เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ ส่วนการค้นหาชิ้นส่วนผู้เสียชีวิตยังไม่พบ

จากกรณีเหตุฆาตกรรมที่กระท่อมนา บ้านสุขสบาย หมู่ 12 ตำบลโพนสูง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี โดยนายสมศักดิ์ ขำวาปี หรือ "ต๋อง" อายุ 35 ปี ถูกพบเสียชีวิต มีบาดแผลจากของมีคมหลายแห่ง และพบว่าศีรษะกับอวัยวะบางส่วนสูญหาย ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ล่าสุด วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ร่วมกับชุดสืบสวนจังหวัดอุดรธานี และ สภ.บ้านดุง ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมควบคุมตัว นายทุ่ง ชาวจังหวัดอุดรธานี อายุ 30 ปี ผู้ต้องสงสัย ซึ่งพักอาศัยอยู่ในกระท่อมห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร มาสอบสวน

 

 

จากการตรวจค้นกระท่อม เจ้าหน้าที่พบหลักฐานเบื้องต้น ได้แก่ คราบเลือดบนผ้าห่ม และฝักมีดที่มีลักษณะคล้ายกับฝักของมีดที่พบใกล้จุดเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องสงสัยยังให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะ จึงควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดไว้ก่อน ส่วนประเด็นคดีฆาตกรรมยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน

ในส่วนของการค้นหาชิ้นส่วนผู้เสียชีวิต ทีมกู้ภัย VR บ้านดุง ได้ส่งนักประดาน้ำลงค้นหาในสระน้ำด้านหลังกระท่อมของผู้ต้องสงสัย แต่ยังไม่พบชิ้นส่วนมนุษย์ พบเพียงกระดูกสุนัขและกระดูกวัวควายจำนวนหนึ่ง

จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของผู้เสียชีวิต พบว่าเคยมีพฤติกรรมลักทรัพย์ และมีภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ขณะขี่รถจักรยานยนต์ไปก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่หลายครั้ง

 

 

ส่วนข้อมูลของ นายทุ่ง ผู้ต้องสงสัย พบว่าเคยเข้ารับการรักษาอาการป่วยทางจิตเวช และมีพฤติกรรมใช้ชีวิตสันโดษ โดยชาวบ้านบางรายให้ข้อมูลว่าเคยทราบว่าผู้ต้องสงสัยบริโภคเนื้อสุนัข อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นเพียงคำบอกเล่าของบุคคลในพื้นที่ และยังไม่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาในคดีนี้

ด้านนายธนทัต หมั่นเสมอ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านฝาง เปิดเผยว่า ทั้งผู้เสียชีวิตและผู้ต้องสงสัยเป็นลูกบ้านของตน โดยในช่วงแรกไม่เชื่อว่าผู้ต้องสงสัยจะเกี่ยวข้องกับคดี เนื่องจากเป็นคนสันโดษ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบหลักฐานบางส่วนที่อาจเชื่อมโยงกับคดี จึงเห็นว่าควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการตรวจพิสูจน์และรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาผู้กระทำผิดที่แท้จริงตามกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงรู้สึกหวาดวิตกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

หน้าแรก » ภูมิภาค