ภูมิภาค
เชียงรายถกหาแหล่งน้ำดิบใหม่แทนแม่น้ำกก–สาย–รวก–โขง ภาคประชาชนยื่น 5 ข้อถึงรัฐบาล เร่งแก้วิกฤตน้ำปนเปื้อนระยะยาว
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “คนเชียงรายต้องการแหล่งน้ำผลิตน้ำประปาแห่งใหม่ทดแทนแม่น้ำกก สาย รวก โขง ปนเปื้อน” ณ ห้องประชุมชั้น 1 อาคารพระรัตนปัญญาญาณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เชียงราย เปิดเวทีให้ภาคประชาชน นักวิชาการ หน่วยงานรัฐ และฝ่ายนิติบัญญัติ ร่วมระดมความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางรับมือวิกฤตการปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปา ระบบนิเวศ การเกษตร การประมง การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดเชียงราย
เวทีเสวนาแบ่งออกเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกเป็นการสะท้อนสถานการณ์ผลกระทบจากผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งผู้ประกอบการท่องเที่ยว ชาวประมง กลุ่มผู้ใช้น้ำในลุ่มน้ำกก ลุ่มน้ำสาย และประชาชนอำเภอเชียงของ ซึ่งต่างระบุว่าปัญหาการปนเปื้อนส่งผลต่อวิถีชีวิต รายได้ และความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว กล่าวว่า สังคมรับรู้ถึงปัญหาการปนเปื้อนแล้ว สิ่งสำคัญในวันนี้คือการจัดทำ แผนเฝ้าระวังความเสี่ยงจากการปนเปื้อนในแม่น้ำ เพื่อใช้เป็นกรอบติดตาม ประเมินความเสี่ยง และกำหนดมาตรการรับมืออย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงพื้นที่อำเภอเชียงของที่เริ่มพบความผิดปกติของแม่น้ำตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 หลังชาวบ้านจับปลาแค้ได้จำนวนมากผิดธรรมชาติ จนนำไปสู่การรวมตัวของภาคประชาชนเพื่อติดตามคุณภาพน้ำ ศึกษาผลกระทบ และผลักดันมาตรการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง
ด้าน นายอภิศักดิ์ สวัสดิรักษ์ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขาเชียงราย เปิดเผยว่า การประปาจำเป็นต้องมีแหล่งน้ำดิบที่มีทั้งปริมาณและคุณภาพเพียงพอรองรับการผลิตน้ำประปา โดยปัจจุบันต้องใช้น้ำดิบประมาณ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง แต่หลายแหล่งน้ำมีข้อจำกัด โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง
ผลการศึกษาร่วมกับกรมชลประทานพบว่า บริเวณฝายแม่ลาว มีศักยภาพด้านปริมาณน้ำมากกว่าพื้นที่อื่น และสามารถพัฒนาเป็นแหล่งน้ำดิบแห่งใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม ยังต้องศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และผลกระทบในทุกมิติ ก่อนดำเนินโครงการอย่างเป็นทางการ
ขณะที่ นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า วิกฤตการปนเปื้อนของแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย รวมถึงบทเรียนจากอุทกภัยปี 2567 ทำให้จังหวัดเชียงรายต้องเร่งวางแผนด้านความมั่นคงทางน้ำในระยะยาว โดยเทศบาลสนับสนุนแนวคิดย้ายแหล่งผลิตน้ำประปาไปยัง ฝายแม่ลาว ซึ่งมีแหล่งน้ำต้นทุนมั่นคง ได้รับการสนับสนุนจากอ่างเก็บน้ำในพื้นที่อำเภอแม่สรวยและเวียงป่าเป้า
โครงการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแม่น้ำกก เพิ่มกำลังการผลิตน้ำประปา และรองรับการใช้น้ำของประชาชนในเขตเทศบาลนครเชียงราย รวมถึงพื้นที่อำเภอพาน แม่ลาว และเวียงชัย โดยมีเป้าหมายเริ่มจัดซื้อจัดจ้างภายในสิ้นปีนี้ และก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 1–2 ปี
ในช่วงที่สองของเวทีเสวนา ผู้แทนจากการประปาส่วนภูมิภาค เทศบาลนครเชียงราย ส.ส.มลธิชา ไชยบาล พรรคกล้าธรรม และ ส.ว.มณีรัตน์ เขมะวงศ์ ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางแก้ไขปัญหา
ส.ส.มลธิชา ระบุว่า ปัญหาการปนเปื้อนกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต จึงจำเป็นต้องเร่งจัดทำแผนเฝ้าระวังความเสี่ยงอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมผลักดันประเด็นเข้าสู่รัฐสภา รวมถึงประสานความร่วมมือกับประเทศจีนและประเทศในลุ่มน้ำโขง เพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ควบคู่กับการฟื้นฟูการท่องเที่ยว การเกษตร และจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงเพื่อรองรับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
ส่วน ส.ว.มณีรัตน์ กล่าวว่า จะติดตามการดำเนินงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีองค์การสหประชาชาติ (UN) ส่งข้อซักถามมายังรัฐบาลไทยเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังไม่มีการชี้แจงภายในกรอบเวลาที่กำหนด ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยและการผลักดันการเข้าเป็นสมาชิก OECD
ภายหลังการเสวนา เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ได้ยื่นแถลงการณ์ถึงรัฐบาล พร้อมเสนอ 5 ข้อเรียกร้องสำคัญ ได้แก่1. ให้นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่รับฟังปัญหาและประกาศเป็นวาระแห่งชาติ 2. เร่งจัดหาแหล่งน้ำผลิตน้ำประปาที่ปลอดภัย และแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร 3. ฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม 4. ใช้กลไกระหว่างประเทศตามหลัก “ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย” เพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ พร้อมพิจารณามาตรการด้านการค้าต่อกิจกรรมเหมืองที่เกี่ยวข้อง 5. จัดตั้งคณะกรรมการร่วมระดับชาติ มีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ร่วมกับหน่วยงานรัฐ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และภาคประชาชน เพื่อกำหนดนโยบาย ติดตามการแก้ไขปัญหา และจัดสรรงบประมาณสำหรับเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง
การจัดเวทีครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า นอกจากการเร่งหาแหล่งน้ำดิบใหม่เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำประปาแล้ว ภาคประชาชนยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุอย่างจริงจัง เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ ระบบนิเวศ และความเชื่อมั่นของประชาชนในจังหวัดเชียงรายในระยะยาว
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » ภูมิภาค
Top 5 ข่าวภูมิภาค
![]()
- อุตุฯ เตือน 9-11 ก.ย. ฝนหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ 8 ก.ย. 2569
- ‘บิ๊กเต่า’ ลุยทุ่งกุลา สางปมงบสร้างถังส่งน้ำ 94 ล้าน ส่อทับซ้อน 8 ก.ย. 2569
- มทร.อีสาน ขอนแก่น เปิดคลินิกเทคโนโลยี ซ่อมรถจักรยานยนต์ฟรี ช่วยลดค่าใช้จ่ายประชาชน 8 ก.ย. 2569
- ภูเก็ตตรวจสนามยิงปืน 4 แห่งในกะทู้ ประเมินมาตรการความปลอดภัย หวั่นเข้าถึงอาวุธนำไปก่อเหตุ 8 ก.ย. 2569
- แม่มีเงินแค่ 10 บาท ลูกชายวัย 36 ปีไม่พอใจ ทุ่มถังแก๊สใส่แม่ ก่อนถือมีดไล่ทำร้าย 8 ก.ย. 2569
ข่าวในหมวดภูมิภาค
![]()
ปปส.บุกรวบ "ผู้ใหญ่บ้าน" ฉี่ม่วง ยอมรับใช้หอกระจายข่าวเป็นที่เสพยา 20:32 น.- แข่งขันกีฬาโรงเรียนในเครือมารีวิทย์ ประชันจ้าวสระ เฟ้นหา “เงือกน้อย-ฉลามจิ๋ว” คึกคักสนุกสนาน 19:42 น.
- ร้อนใจ! อดีตเจ้าของที่ดินสุสานยิวขอดูด้วยตา ชี้พิรุธสร้างกำแพงบังสายตาถึง 2 ชั้น 18:41 น.
- "รมว.ดีอี" ลงพื้นที่สุรินทร์ เปิดงาน AgriNext Surin ชูเทคโนโลยี AI ปฏิรูปเกษตรอินทรีย์ไทย สู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน 18:21 น.
- นาทีชีวิต! ต้นสนขนาดใหญ่ล้มฟาดซาเล้งกลางถนนหาดนพรัตน์ธารา 2 วัยรุ่นเจ็บสาหัส 18:19 น.



