วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 00:07 น.

ภูมิภาค

เขาใหญ่แจงคลิปดัน “พลายสาริกา” ยันเซฟช้าง-มุมกล้องลวงตา!

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.36 น.

( 20 ก.ค.2569) สบอ.1 ปราจีนบุรี จับมืออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แถลงชี้แจงปมกระแสวิพากษ์วิจารณ์คลิปเจ้าหน้าที่ผลักดันช้างป่าชื่อดัง “พลายสาริกา” ยืนยันยึดหลักความปลอดภัยทั้งคนและสัตว์ป่าเป็นสำคัญ พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับนักวิชาการและชุมชนรอบผืนป่ามรดกโลก เพื่อปรับแนวทางการดูแลและจัดการปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืนในอนาคต

จากกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับคลิปเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการผลักดัน “พลายสาริกา” ช้างป่าชื่อดัง บริเวณบ้านสาริกา หมู่ที่ 3 ทางเข้าน้ำตกสาริกา ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา จนนำมาสู่ความห่วงใยของประชาชนที่มีต่อสวัสดิภาพของช้างป่านั้น

 

 

ล่าสุด นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งกำกับดูแลพื้นที่ป่าอนุรักษ์สำคัญรวมถึงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มรดกโลก ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อ 4 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี นครนายก สระบุรี และนครราชสีมา ได้รับรายงานความคืบหน้าและการชี้แจงข้อเท็จจริงจาก นายชัยยา ห้วยหงส์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชน

นายชัยยา ห้วยหงส์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่า ทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ต้องขออภัยประชาชนที่รู้สึกไม่สบายใจกับภาพที่ปรากฏ พร้อมอธิบายว่าบุคคลในภาพคือเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังช้างป่า ซึ่งภาพที่ดูใกล้ชิดช้างนั้นเกิดจากมุมกล้องที่ทำให้ระยะดูสั้นกว่าความเป็นจริง แต่ในพื้นที่หน้างานจริงเป็นการปฏิบัติงานในระยะที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่น้อมรับทุกข้อสังเกตจากสังคม และได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดรอบด้าน เพื่อความโปร่งใสและนำมาปรับปรุงแนวทางปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น

ด้าน นายสถาพร ธีระวัฒน์ หัวหน้าเขตจัดการอุทยานแห่งชาติที่ 6 ได้ให้ข้อมูลเชิงวิชาการเพื่อสร้างความเข้าใจว่า ในช่วง 2 เดือนนี้ พลายสาริกามีอาการตกมัน ซึ่งส่งผลให้ช้างมีความก้าวร้าว การรับรู้สิ่งแวดล้อมลดลง และพร้อมเผชิญหน้ากับสิ่งกีดขวางมากกว่าปกติ วิธีการผลักดันแบบนุ่มนวลที่เคยใช้จึงอาจไม่ได้ผลในสถานการณ์วิกฤต โดยในวันเกิดเหตุ พลายสาริกาได้พาฝูงช้างป่ารวมกว่า 20 ตัว บุกรุกเข้าไปในสวนทุเรียนของราษฎร ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งผลักดันออกจากชุมชนโดยด่วน

 

 

สำหรับอุปกรณ์ประกายไฟที่ใช้ในวันนั้น เจ้าหน้าที่และกลุ่มจิตอาสาเลือกใช้แทนอุปกรณ์ประเภทส่งเสียงดัง เนื่องจากไม่มีเสียงระเบิดที่จะไปกระตุ้นให้ช้างป่าตื่นตระหนกตกใจหรือทำลายระบบการได้ยินของช้าง เป็นเพียงการใช้แสงเพื่อดึงความสนใจทางสายตาในระยะสั้นให้ช้างหยุดจังหวะการเดินหน้าเท่านั้น ยืนยันว่าไม่ได้สร้างบาดแผลหรืออันตรายใด ๆ ต่อตัวช้างป่า

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อการอนุรักษ์ช้างป่าและการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่และเครือข่ายปรับแนวทางปฏิบัติงานให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยเน้นการเฝ้าระวังเชิงรุก ร่วมมือกับนักวิชาการสัตว์ป่าเพื่อประเมินความเสี่ยงและเส้นทางเดินของพลายสาริกาเป็นประจำทุกวัน ควบคู่ไปกับการทำความเข้าใจและร่วมมือกับชุมชนในการจัดการแหล่งอาหารล่อใจ เพื่อลดโอกาสไม่ให้ช้างป่าออกนอกเขตอุทยานแห่งชาติมรดกโลกอย่างถาวรต่อไป

 

หน้าแรก » ภูมิภาค