วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 03:49 น.

ภูมิภาค

ชาวแม่สายห่วงน้ำท่วม-น้ำประปา จี้รัฐแก้ปัญหาเหมืองแร่

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 20.14 น.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์และนักวิชาการประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมคณะ ลงพื้นที่ชุมชนถ้ำผาจม สายลมจอย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมและข้อกังวลเกี่ยวกับการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่

ดร.สืบสกุล กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนมีความกังวลหลัก 2 ประเด็น ได้แก่ ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดบ่อยและมีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงความไม่มั่นใจในความปลอดภัยของน้ำอุปโภคบริโภค

 

 

ประชาชนในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา อำเภอแม่สายประสบปัญหาน้ำท่วมแทบทุกปีหรือปีเว้นปี แตกต่างจากในอดีตที่ไม่เคยเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าว อีกทั้งน้ำหลากยังพัดพาโคลนและตะกอนดินจำนวนมากเข้าสู่ชุมชน โดยชาวบ้านบางส่วนเชื่อว่าปัญหาดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับกิจกรรมเหมืองแร่บริเวณต้นแม่น้ำสาย ซึ่งอยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่สายไม่ถึง 10 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในส่วนของน้ำอุปโภคบริโภค แม้ปัจจุบันประชาชนจะใช้น้ำประปาเป็นหลัก แต่ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับคุณภาพของแหล่งน้ำต้นทุน เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อน ขณะที่การประปาได้พยายามปรับเปลี่ยนไปใช้น้ำดิบจากแม่น้ำโขง อย่างไรก็ตาม ดร.สืบสกุลอ้างถึงผลการตรวจของกรมควบคุมมลพิษที่พบสารหนู โลหะหนัก และตะกอนดินในหลายพื้นที่ ทำให้ประชาชนบางส่วนยังไม่มั่นใจต่อความปลอดภัยของน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค

 

 

ดร.สืบสกุล เห็นว่า แม้จังหวัดจะมีการประชุมคณะกรรมการติดตามสถานการณ์เป็นประจำทุกเดือน แต่การดำเนินงานส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับการเฝ้าระวังและติดตามข้อมูล จึงเสนอให้รัฐบาลยกระดับปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้เกิดการบูรณาการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ เครือข่ายภาคประชาชนระบุว่า ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนของปีที่ผ่านมา และยื่นซ้ำอีกครั้งในปีนี้ เพื่อเรียกร้องให้กำหนดประเด็นดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมเชิญนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่รับฟังข้อมูลจากประชาชนโดยตรง

นอกจากนี้ วันที่ 3 สิงหาคม เครือข่ายภาคประชาชนเตรียมยื่นหนังสือถึงกงสุลเมียนมาประจำจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งต่อข้อกังวลไปยังรัฐบาลเมียนมา ก่อนการเดินทางเยือนประเทศไทยของผู้นำเมียนมา ระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม โดยหวังให้มีการหารือถึงผลกระทบจากมลพิษที่อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมเหมืองแร่บริเวณต้นน้ำ

 

 

ดร.สืบสกุล กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เนื่องจากแหล่งน้ำเป็นทรัพยากรร่วมกัน จึงเห็นว่าการแก้ไขปัญหาควรอาศัยความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ จากการรับฟังข้อมูลของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ชลประทานกว่า 60,000 ไร่ พบว่า ตะกอนดินและทรายที่ไหลเข้าสู่ระบบชลประทานทำให้บ่อพักตะกอนตื้นเขินรวดเร็วขึ้น ส่งผลให้ต้องขุดลอกบ่อยกว่าที่ผ่านมา และยังมีความกังวลเกี่ยวกับการสะสมของโลหะหนักในพื้นที่เกษตร ซึ่งอาจส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตรและความปลอดภัยของผู้บริโภค

ดร.สืบสกุล เสนอให้ภาครัฐจัดหาแหล่งน้ำสำรองเพิ่มเติม เพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้น้ำที่อาจมีการปนเปื้อน พร้อมเสนอให้ใช้โอกาสการเยือนประเทศไทยของผู้นำเมียนมาในวันที่ 6-7 สิงหาคม หยิบยกประเด็นผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นหารือ เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างยั่งยืน


 

หน้าแรก » ภูมิภาค