วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569 04:24 น.

ภูมิภาค

ยายแจ้งจับหลาน 19 ล้วงละเมิด หลานปฏิเสธลั่นท้าสาบาน-รับแค่ขโมยเงินซื้อยา

วันพุธ ที่ 05 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 20.52 น.

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ "บ่าวเอ็ม ตาข่าย..." ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "ด่วนหลานขืนใจยายตัวเองจนยายทนพฤติกรรมไม่ไหวเดินบอกชาวบ้าน เหตุเกิดที่บุรีรัมย์ อำเภอเมือง" ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

ต่อมา พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมควบคุมตัว นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี หลานชายของ นางบี (นามสมมุติ) อายุ 64 ปี ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด มาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ พร้อมทั้งพานางบีเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.จิรายุ ตางจงราช รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ และนำตัวส่งตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์เพื่อหาร่องรอยการถูกล่วงละเมิดทางเพศ

ผลการตรวจร่างกายเบื้องต้น แพทย์ยังไม่พบร่องรอยการถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยได้ทำการเจาะเลือดและนัดหมายให้มาตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง ทางด้าน นางบี ผู้เสียหาย ให้การว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันเดียวกัน ขณะนอนพักผ่อนอยู่บ้านของลูกสาว รู้สึกตัวคล้ายมีคนเข้ามาในห้อง แต่เนื่องจากกินยาแก้ป่วยจึงสะลึมสะลือ เห็นนายเอเดินออกจากห้องไป โดยพบว่าผ้าถุงของตนหลุดและมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย จึงเชื่อว่าถูกหลานชายกระทำอนาจาร และได้นำเรื่องไปเล่าให้ชาวบ้านฟังก่อนจะมีการนำไปโพสต์ในโซเชียลมิเดีย

ขณะที่ นายสม (นามสมมุติ) อายุ 73 ปี สามีของนางบี ให้การว่า หลานชายมีพฤติกรรมดื้อรั้น มักแอบเข้ามาขโมยเงินของภรรยาไปซื้อยาเสพติดเป็นประจำ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

ด้าน นายเอ หลานชายผู้ถูกกล่าวหา ยืนยันบริสุทธิ์ใจ พร้อมท้าสาบานว่าไม่ได้ก่อเหตุข่มขืนยายตามที่ถูกกล่าวหา โดยยอมรับเพียงว่าในคืนเกิดเหตุได้แอบเข้าไปในห้องเพื่อขโมยเงินจำนวน 300 บาทนำไปซื้อยาบ้าเสพเท่านั้น และเชื่อว่ายายไม่ชอบตนเป็นทุนเดิมจึงกล่าวหาดังกล่าว

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนเชิงลึก เนื่องจากยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์จากแพทย์อย่างเป็นทางการ หากพบหลักฐานการถูกล่วงละเมิดจะดำเนินคดีในข้อหากระทำอนาจารหรือข่มขืนกระทำชำเราเพิ่มเติม แต่หากผลตรวจไม่พบร่องรอย อาจเป็นไปได้ว่าเป็นการแจ้งข้อมูลตามความเข้าใจผิด อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นจากการตรวจปัสสาวะของนายเอพบสารเสพติด (ปัสสาวะสีม่วง) เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหา "เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย" ไว้ก่อนเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป

หน้าแรก » ภูมิภาค