วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569 11:23 น.

ภูมิภาค

พลพีร์สั่งเร่งไฟฟ้า น้ำ ถนน หลังลงพื้นที่ปราสาทตาควาย

วันศุกร์ ที่ 07 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 09.58 น.

"พลพีร์" ลงพื้นที่ปราสาทตาควาย-เนิน 350 สั่งเร่งพัฒนาไฟฟ้า น้ำประปา ถนน หนุนทหารแนวหน้า พร้อมกำชับปราบยาเสพติดทุกหมู่บ้านชายแดน

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบริเวณปราสาทตาควายและเนิน 350 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามสถานการณ์พื้นที่ชายแดน พร้อมรับฟังปัญหาจากหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ โดยมีนายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สส.สุรินทร์ เขต 8 พรรคภูมิใจไทย นายล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ และนางสาวเบญญา มุ่งเจริญพร สส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย นายอำเภอพนมดงรัก ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

 

 

โอกาสนี้ พันโทศรายุทธ มาลาสาย ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 22 นำตรวจเยี่ยมพื้นที่และบรรยายสรุปสถานการณ์บริเวณปราสาทตาควายและเนิน 350 ก่อนนำคณะขึ้นตรวจพื้นที่เนิน 350 ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของปราสาทตาควาย

จากนั้น นายพลพีร์และคณะเดินทางไปติดตามโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" และการดำเนินงานร้านค้า OTOP ที่หอประชุมอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ โดยมีนายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ให้การต้อนรับ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเน้นย้ำการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะการปราบปรามยาเสพติดให้หมดสิ้นจากทุกหมู่บ้านและทุกตำบล โดยเฉพาะพื้นที่แนวชายแดนจังหวัดสุรินทร์ พร้อมมอบโฉนดที่ดินตราครุฑแดงให้แก่วัดและประชาชน จำนวน 32 ราย

 

 

ช่วงบ่าย นายพลพีร์ลงพื้นที่อำเภอสังขะ เพื่อติดตามโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" และการดำเนินงานร้านค้า OTOP ก่อนตรวจสถานการณ์น้ำท่วมช่วงฤดูฝนบริเวณทางหลวงหมายเลข 24 เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

นายพลพีร์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้ได้รับทราบปัญหาที่แท้จริงของหน่วยปฏิบัติ ทั้งด้านไฟฟ้า ถนน น้ำประปา และระบบสาธารณูปโภค ซึ่งยังเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน

จึงได้สั่งการให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งขยายโครงข่ายไฟฟ้าไปยังฐานปฏิบัติการของทหาร เพื่อให้กำลังพลมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ โดยระบุว่า "น้ำต้องมา ไฟส่องสว่างต้องมาก่อน" พร้อมเปิดเผยว่า โครงการขยายระบบไฟฟ้าแบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะแรกใช้งบประมาณกว่า 10 ล้านบาท ส่วนโครงการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าตลอดแนวชายแดนจังหวัดสุรินทร์และพื้นที่ใกล้เคียง ใช้งบประมาณรวมประมาณ 115 ล้านบาท ซึ่งจะพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณเพื่อเร่งดำเนินการ

 

 

สำหรับปัญหาน้ำอุปโภคบริโภค ได้ประสานหารือกับนายสุชาติ ชมกลิ่น เพื่อผลักดันการขุดเจาะบ่อบาดาลเพิ่มเติม หลังพบว่ายังต้องการบ่อบาดาลอีกประมาณ 22 บ่อ ปัจจุบันดำเนินการแล้ว 8 บ่อ ขณะที่อีกกว่า 10 บ่อ ยังไม่มีงบประมาณรองรับ

ส่วนโครงการก่อสร้างถนนขึ้นสู่ปราสาทตาควาย วงเงินประมาณ 30 ล้านบาท จะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบงบประมาณ หากยังไม่มีงบรองรับ จะผลักดันเข้าสู่การพิจารณางบประมาณปี 2570 และหากจำเป็นจะเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม

ด้านสถานการณ์ความมั่นคง นายพลพีร์ระบุว่า จากการลงพื้นที่พบว่าสถานการณ์โดยรวมยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กำลังทหารสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวเขตมีความชัดเจน บังเกอร์อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และกำลังพลมีขวัญกำลังใจดี พร้อมชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ขณะที่กระทรวงมหาดไทยจะเร่งสนับสนุนด้านสาธารณูปโภคเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่

 

 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยยังกล่าวว่า ประชาชนตามแนวชายแดนยังมีความกังวลจากข่าวปลอมเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคง จึงขอความร่วมมือทุกฝ่ายเผยแพร่ข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อมูลที่อาจสร้างความตื่นตระหนก

นอกจากนี้ ยังเตรียมหารือกับสำนักงบประมาณเกี่ยวกับการจัดสรรค่าตอบแทนให้ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะพื้นที่แนวชายแดน

ทั้งนี้ นายพลพีร์กล่าวว่า ภายในระยะเวลา 3 เดือน รัฐบาลได้ผลักดันนโยบายสำคัญหลายด้านจนเกิดผลเป็นรูปธรรม และยืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมความเข้มแข็งให้พื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง

หน้าแรก » ภูมิภาค