วันอาทิตย์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569 15:43 น.

ภูมิภาค

ทกจ.นครพนม ร่วมสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว 2 แผ่นดิน มนต์เสน่ห์ "ขุนกองแลง" กุ้ยหลินลาวกลาง "พระธาตุสีโคตะบอง" ชิมชอปเมืองเก่าท่าแขก

วันอาทิตย์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.37 น.

วันที่ 15 สิงหาคม 2569 นางสาวนงนุช สีดาน้อย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม (ทกจ.นครพนม) นำคณะนักท่องเที่ยวจำนวน 300 คนเดินทางออกจากสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ร่วมสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงนครพนม-คำม่วน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวสองฝั่งลำน้ำโขง โดยหมุดหมายแรกคือขุนกองแลง 

 

“ขุนกองแลง” หรือกุ้ยหลินแห่งลาวกลาง ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สงวนแห่งชาติหินนามหน่อ บ้านนาคือ เมืองหินบูน แขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม และมีเสน่ห์ที่สุดในแขวงคำม่วน มีน้ำพุธรรมชาติที่เกิดจากสายน้ำใต้ดิน ที่ไหลออกมาจากภูเขาหินปูน การเดินทางไปยังขุนกองแลง โดยออกจากตัวเมืองท่าแขก ใช้เส้นทางหมายเลข 13 มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือไปทางนครหลวงเวียงจันทน์ โดยห่างจากตัวเมืองท่าแขกประมาณ 39 กิโลเมตรเศษ มีทางแยกเข้าขุนกองแลงอยู่ด้านขวามือ ซึ่งเป็นทางเข้าบ้านนาคือ แล่นบนถนนลาดยางผ่านทางเนินลาดชันเป็นช่วงๆ ระหว่างทางมองเห็นขุนเขาอีกหลายลูก ประมาณ 20 กิโลเมตรก็จะถึงแหล่งท่องเที่ยวขุนกองแลง หมุดหมายที่เราอยากมาสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งขุนเขา 

ตามตำนานเล่าขานกันมาว่า ในสมัยก่อนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น มักจะได้ยินเสียง "กอง" ดังขึ้นมาจากใต้พื้นน้ำ หรือจากถ้ำในบริเวณนั้น ในทุกๆ เย็น โดยเฉพาะในวันพระ หรือวันสำคัญทางศาสนา ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงขนานนามสถานที่แห่งนี้ว่า “ขุนกองแลง” และเป็นแม่เหล็กสำคัญในการสร้างชื่อเสียงและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแบบ Unseen (ที่มองไม่เห็น ที่ยังไม่เคยเห็น หรือ ที่ยังไม่มีใครสังเกตเห็น) และ Eco-Tourism (การท่องเที่ยวเชิงนิเวสน์) ทั้งนี้การเดินทางค่อนข้างท้าทาย ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ไปกับมัคคุเทศก์ท้องถิ่น

 

คณะสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง ออกจากขุนกองแลง ร่วมถวายผ้าป่าสามัคคีท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา ณ วัดพระธาตุสีโคดตะบอง (พระธาตุศรีโคตรบูรณ์) ซึ่งเป็นพระธาตุคู่แฝด หรือพระธาตุพี่น้องกับพระธาตุพนมของไทย พร้อมกันนี้หลังถวายผ้าป่าแล้ว ได้มีนางรำทั้งไทยและลาวร่วมรำถวาย 

พระธาตุสีโคดตะบอง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ห่างจากตัวเมืองท่าแขกประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของแขวงคำม่วน สร้างขึ้นโดยพระเจ้าสุมินทราช หรือ สมิตตามันวงศ์ศา แห่งราชอาณาจักรศรีโคตรบอง ประมาณศตวรรษที่ 6 (พ.ศ.501-600) เพื่อเป็นอนุสาวรีย์พระยาศรีโคตรบอง กษัตริย์นครศรีโคตตะบุระ เนื่องจากที่แห่งนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าทั้ง 4 คือ พระกะกุสันโท พระโกนาคะมะโน พระกัสสะปะ และ พระโคตะโม 

 

ในราวศตวรรษที่ 7 อาณาจักรศรีโคตรบูรเสื่อมอำนาจลง ขอมโบราณเริ่มมีอำนาจขึ้น และแผ่อิทธิพลเข้ามาปกครองดินแดนแถบนี้ โดยมีศูนย์กลางการปกครองในภาคกลางของลาวอยู่ที่นครจำปาศักดิ์ (ลาวใต้) และเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดอีสานของไทยปัจจุบัน ในช่วงที่ขอมเรืองอำนาจ ได้มีการดัดแปลงปูชนียสถานต่างๆ ให้กลายเป็นเทวสถานในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ทำให้เรื่องราวของพระธาตุศรีโคตรบองในยุคนี้ไม่ปรากฏชัดเจนนัก

กระทั่งถึงศตวรรษที่ 15 (พ.ศ.1976) เจ้าเมืองท่าแขก ได้เริ่มแผ้วถางบริเวณพระธาตุเพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง และทำการบูรณะรักษา จวบถึงศตวรรษที่ 16 ก็ปรากฏหลักฐานชัดเจนในบันทึกทางพุทธศาสนา สมัยอาณาจักรล้านช้าง โดยสมเด็จพระโพธิราช ได้เสด็จลงมาบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุ ต่อมาสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชที่ 1 ได้ทรงสร้างเสริมต่อเติมองค์พระธาตุ เป็นเจดีย์ทองคำสูง 29 เมตร  มีศิลปะแบบลาวล้านช้าง ซึ่งปรากฏอย่างชัดเจนจนถึงปัจจุบัน

 

จากนั้นคณะสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวนครพนม-คำม่วน ได้ไปละลายทรัพย์ย่านเมืองเก่าท่าแขก ริมแม่น้ำโขง ชิมกาแฟลาวรสดั้งเดิม ชอปปิ้งสินค้าพื้นเมือง ทานอาหารตำรับ จีน ลาว เวียดนาม และ ไทย ก่อนจะจบทริปในเวลาประมาณ 17.00 น. เดินทางกลับ จ.นครพนม โดยตลอดเส้นทางตั้งแต่ด่านสะพานสมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ฝั่ง สปป.ลาว ได้รับการอนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่รักษาความสงบ หรือตำรวจลาว อำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี.

หน้าแรก » ภูมิภาค