วันจันทร์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 09:13 น.

ภูมิภาค

แม่ร้องสื่อ! ลูกชายขับ จยย. หนีตำรวจตกหลุมดับ เผยกลัวเสียประวัติอดไปอิสราเอล

วันจันทร์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 05.22 น.

แม่เข้าร้องเรียนสื่อมวลชนขอความเป็นธรรม หลังลูกชายวัย 34 ปี ขขับขี่รถจักรยานยนต์แต่งซิ่งหลบหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ก่อนเสียหลักตกหลุมบนถนนลูกรังล้มคว่ำเสียชีวิต เผยลูกชายตกใจกลัวถูกจับเสียประวัติ เพราะมีกำหนดเดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลในเดือนตุลาคมนี้ ด้านชาวบ้านระบุเห็นตำรวจลงมาช่วยแจ้งกู้ภัย

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุสลดและกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ เมื่อ นางธัญญรัตน์ สดไธสง อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 144 หมู่ที่ 17 ต.บ้านยาง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าร้องเรียนสื่อมวลชนเพื่อขอความเป็นธรรม กรณี นายกิตติภพ สดไธสง หรือ เทห์ อายุ 34 ปี ลูกชาย ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตขณะขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พุทไธสง

 

 

นางธัญญรัตน์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ขณะที่ลูกชายกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพ (แต่งซิ่ง) ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน กลับจากการเติมน้ำมันและกดเงินในตัวอำเภอพุทไธสงเพื่อกลับบ้านพัก เมื่อมาถึงบริเวณสี่แยกมะเฟือง ถนนเส้นพุทไธสง-ชุมพลบุรี ได้พบเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถกระบะ 4 ประตูเข้ามาแสดงตัวและเรียกให้หยุดรถ แต่ลูกชายเกิดความตกใจและเกรงว่าจะถูกจับกุม จึงเร่งเครื่องขับรถหลบหนี โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถกระบะไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด เนื่องจากรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีลักษณะแต่งซิ่ง และผู้ขับขี่พกกระเป๋าในลักษณะต้องสงสัยว่าอาจมีสิ่งผิดกฎหมาย

ต่อมาลูกชายได้เลี้ยวเข้าซอยถนนลูกรัง บริเวณทางโค้งหนองน้ำบ้านซาด หมู่ที่ 2 ต.มะเฟือง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ก่อนที่รถจะเสียหลักตกหลุมขนาดใหญ่บนถนนจนล้มคว่ำ เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

 

 

แม่ของผู้เสียชีวิตเปิดเผยด้วยน้ำตาถึงสาเหตุที่ลูกชายตัดสินใจขับรถหลบหนีว่า ลูกชายไม่ได้มีสิ่งของผิดกฎหมายอื่นใด เพียงแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ มีกำหนดการสำคัญที่จะต้องเดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการเตรียมเอกสารและหนังสือเดินทาง หากถูกจับกุมในข้อหาเกี่ยวกับรถแต่งซิ่ง เกรงว่าจะทำให้มีประวัติและถูกตัดสิทธิ์จากการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งเป็นความหวังของครอบครัว ทั้งนี้ ตนมองว่าการไล่ติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นระยะทางเกือบ 4 กิโลเมตร อาจเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและกดดันจนทำให้เกิดอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิต จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว

 

 

ขณะที่ นางเจนจิรา พรรณนาเหนือ อายุ 61 ปี ชาวบ้านใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่า ช่วงเวลาดังกล่าวตนอยู่หลังบ้านได้ยินเสียงดังโครม ตอนแรกนึกว่ารถชนสุนัข จึงเดินออกมาดู พบ นายกิตติภพ นอนนิ่งอยู่กลางถนน โดยเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 5 นาย ลงมาจากรถกระบะ 4 ประตู แล้วโทรศัพท์แจ้งสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือ ทั้งนี้ ถนนเส้นดังกล่าวเป็นถนนดินลูกรัง ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรไปไร่นาของเกษตรกรในหมู่บ้าน

หน้าแรก » ภูมิภาค