วันอาทิตย์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2569 16:57 น.

ภูมิภาค

โผล่อีก 3 ผู้ปกครองร้องสถาบันกวดวิชาเตรียมทหารขายฝัน แฉกดดันเด็กจนพฤติกรรมเปลี่ยน ขอย้ายโดนเรียกเงินแสน

วันพุธ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.23 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์ดำรงธรรมล่าสุดมีผู้ปกครอง 3 ราย เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี โดยนายพิสิษฐ์ชัย อภัยปิยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นผู้รับเรื่อง พร้อมรับฟังข้อเท็จจริงและข้อกล่าวอ้างจากผู้ปกครองอย่างละเอียด

 

หนึ่งในผู้ปกครองเปิดเผยว่า ลูกชายวัย 16 ปี เข้าเรียนที่สถาบันแห่งนี้ตั้งแต่อายุประมาณ 12-13 ปี โดยช่วงแรกเจ้าของสถาบันเสนอให้เข้าพักในรูปแบบ “เปิดบ้านติว” โดยเจ้าของโรงเรียนกวดวิชา บอกว่าหากครอบครัวยังไม่พร้อมเรื่องค่าใช้จ่ายก็สามารถชะลอการชำระเงินได้ เนื่องจากต้องการสนับสนุนเด็กที่มีความตั้งใจเรียน แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราสังเกตเห็นความคิดอารมณ์ของลูกเปลี่ยนไป จากคนร่าเริงแจ่มใส หงุดหงิดง่ายเหมือนถูกกดดัน และมีความเครียด ขณะที่ผลการเรียนและการเตรียมสอบไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย จนเด็กบอกกับครอบครัวว่า “ที่นี่ขายฝัน” และเริ่มหมดความมั่นใจในการสอบ

 

ผู้ปกครองอีกหลายรายยังกล่าวอ้างว่า เด็กภายในสถาบันถูกกดดันให้เชื่อฟังเจ้าของสถาบันเพียงคนเดียว มีการใช้คำพูดที่ทำให้เด็กเกิดความรู้สึกห่างเหินจากครอบครัว ส่งผลให้เด็กบางคนมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ไม่รับฟังคำแนะนำจากพ่อแม่ และมีอารมณ์แปรปรวนมากขึ้น

 

ด้าน นาย “กอไผ่” อดีตนักเรียนของสถาบัน เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่เรียนอยู่ ต้องเผชิญกับปัญหาหลายด้าน ทั้งสภาพความเป็นอยู่ การถูกกดดัน และการลงโทษที่ทำให้เกิดความอับอาย โดยอ้างว่ามีการลงโทษทางร่างกายเกิดขึ้นหลายครั้ง นอกจากนี้ ยังเล่าถึงเหตุการณ์ระหว่างการไปฝึกว่ายน้ำกับเพื่อนนักเรียนประมาณ 30 คน ที่สระว่ายน้ำของโรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยอ้างว่ามีนักเรียน 2 คน ถูกลงโทษในลักษณะที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าผู้อื่น จนสร้างความตกใจให้กับผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว

 

ขณะที่ผู้ปกครองรายหนึ่ง เปิดเผยว่า จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจพาลูกออกจากสถาบัน เกิดขึ้นหลังจากแจ้งความประสงค์ว่าจะย้ายลูกไปเรียนที่อื่น แต่กลับถูกเรียกเก็บเงินจำนวน 324,000 บาท โดยอ้างว่าต้องชำระเงินทั้งหมดก่อนจึงจะสามารถพาลูกกลับบ้านได้  วันที่ไปรับลูก เงินในบัญชีเหลือเพียง 53 บาท จึงต้องไปกู้ยืมเงินจากคนรู้จักเพื่อนำมาชำระค่าใช้จ่ายดังกล่าว ขณะเดียวกัน ลูกชายอยู่ในอาการหวาดกลัว ร้องไห้ และมีอาการตัวสั่น หลังอ้างว่าได้รับแรงกดดันจนยอมบอกกับครอบครัวว่า ไม่ต้องการสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยอีกต่อไป ขอเพียงได้ออกจากสถาบันเท่านั้น  หลังจากย้ายไปเรียนที่สถาบันแห่งใหม่ ผู้ปกครองระบุว่า สภาพจิตใจของลูกชายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กลับมามีความสุขและใช้ชีวิตได้ตามปกติ จึงตัดสินใจนำเรื่องเข้าร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง

 

ขณะเดียวกัน นายพิสิษฐ์ชัย อภัยปิยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ให้ข้อมูลว่า ศึกษาธิการจังหวัดอุดรธานีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถาบันดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นพบว่า สถาบันเปิดดำเนินการมานานกว่า 4 ปี แต่ไม่ได้ดำเนินการขออนุญาตและจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย เบื้องต้น ศึกษาธิการจังหวัดจะดำเนินการออกคำสั่งระงับการเรียนการสอนไว้ชั่วคราว จนกว่าสถาบันจะดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

 

หน้าแรก » ภูมิภาค