วันอังคาร ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569 20:53 น.

ภูมิภาค

เกษตรกรพัทลุงปลูก "ถั่วหรั่ง" แซมสวนยางพารา สร้างรายได้เสริมงาม กิโลฯ ละ 40 บาท

วันพฤหัสบดี ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 20.06 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า เกษตรกรในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอกงหราและอำเภอตะโหมด ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบเชิงเขาบรรทัด ลักษณะดินเป็นดินร่วนปนทรายและอุดมไปด้วยธาตุอาหาร นิยมปลูก "ถั่วหรั่ง" (Bambarra groundnut) หรือที่ชาวภาคใต้เรียกกันว่า ถั่วปันหยี ถั่วโบ ถั่วเมล็ดเดียว ถั่วไทร หรือกาแปโจ เป็นพืชแซมในร่องสวนยางพาราที่เพิ่งปลูกใหม่ก่อนถึงเวลากรีดยาง

 

 

นางจุฑา ขุนจันทร์ อายุ 51 ปี เกษตรกรหมู่ที่ 9 ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ตนปลูกถั่วหรั่งมากว่า 27 ปี โดยเลือกปลูกแซมในสวนยางพาราหลังการโค่นปลูกใหม่ ซึ่งดินใหม่จะส่งผลให้ถั่วหรั่งลงหัวดี เมล็ดใหญ่สมบูรณ์ สามารถปลูกติดต่อกันได้สูงสุดถึง 3 รุ่น ใช้ระยะเวลาปลูกเพียง 90–120 วัน ก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ สำหรับปีนี้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่กิโลกรัมละ 40 บาท ซึ่งสร้างรายได้เสริมอย่างเป็นกอบเป็นกำจนบางปีมากกว่ารายได้หลักจากการกรีดยางพารา

 

 

ทางด้าน ดร.จิระ สุวรรณประเสริฐ อดีตผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขต 8 สงขลา ให้ข้อมูลว่า ฤดูการปลูกถั่วหรั่งจะเริ่มในเดือนเมษายน และใช้เวลาประมาณ 4 เดือนเพื่อเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนของทุกปี โดยสายพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาจากกรมวิชาการเกษตร ประกอบด้วย:

  • สายพันธุ์สงขลา 1: สายพันธุ์ดั้งเดิม เมล็ดสีน้ำตาลอมแดง อายุเก็บเกี่ยว 150 วัน

  • สายพันธุ์สงขลา 2: เมล็ดสีคละน้ำตาลแดงและขาว เมล็ดเล็กกว่าสายพันธุ์แรก แต่อายุเก็บเกี่ยวสั้นเพียง 90 วัน

  • สายพันธุ์สงขลา 3: สายพันธุ์ปรับปรุงใหม่ เมล็ดใหญ่ สีขาว มีความต้านทานโรคสูง อายุเก็บเกี่ยว 120 วัน

 

 

 

ขณะที่ นายชนินทร์ ศิริขันตยกุล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพัทลุง ระบุว่า ถั่วหรั่งเป็นพืชพื้นเมืองระยะสั้นที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ให้โปรตีน 18–20% และคาร์โบไฮเดรต 55–72% ทางศูนย์ฯ จึงได้ลงพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้และส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นพืชรายได้เสริม ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

หน้าแรก » ภูมิภาค