วันเสาร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2569 00:56 น.

ภูมิภาค

ผอ.เขต 3 บุรีรัมย์ แจงปม ผอ.-ครูธุรการ ชี้ยังไร้ร้องเรียน-หลักฐานไม่ชัด

วันศุกร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.09 น.

บุรีรัมย์ – จากกรณีเพจนักสืบเอกชนเผยแพร่ข้อมูลอ้างว่าได้รับการว่าจ้างจากสามีรายหนึ่ง ให้ติดตามพฤติกรรมภรรยาซึ่งเป็นครูธุรการ โดยอ้างว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียน บริเวณป่าข้างเมรุเผาศพภายในวัดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง

ล่าสุด ดร.ณัฐนนท์ วิทยาประโคน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ว่า โรงเรียนดังกล่าวเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีเพียงรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนปฏิบัติหน้าที่ หลังเกิดกระแสข่าว ทางสำนักงานเขตฯ ได้ลงพื้นที่สืบเสาะข้อมูลเบื้องต้น แต่ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ อีกทั้งเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนติดภารกิจเข้าร่วมการสัมมนา ไม่ได้อยู่ในพื้นที่

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน เนื่องจากยังไม่มีผู้เสียหายหรือผู้เกี่ยวข้องเดินทางมาร้องเรียนอย่างเป็นทางการ ส่วนภาพถ่ายและแชทที่ปรากฏในข่าว ยังไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันความผิดได้ อย่างไรก็ตาม หากมีการยื่นเรื่องร้องเรียน สำนักงานเขตฯ พร้อมให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และจะดำเนินการไปตามขั้นตอนอย่างตรงไปตรงมา

ก่อนหน้านี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่วัดหนองโบสถ์ ต.ตาจง อ.ละหานทราย ซึ่งเป็นสถานที่ที่ถูกระบุในข่าว โดยชาวบ้าน กรรมการวัด และแม่บ้านของโรงเรียน ต่างยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยระบุว่าเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ช่วงเวลาประมาณ 17.00–18.00 น. มีรถยนต์เก๋งสีดำไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมาจอดข้างวัด ก่อนจะมีบุคคลลงมาถ่ายภาพ ซึ่งบุคคลที่ปรากฏในภาพป่าข้างเมรุคือบุคคลที่เดินทางมากับรถคันดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามข้อเท็จจริงบริเวณบ้านพักของครูธุรการวัย 29 ปี พบเพียงนายเสริม (นามสมมุติ) อายุ 57 ปี ผู้เป็นพ่อ ซึ่งเปิดเผยว่า บุตรสาวอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน และไม่เคยมีพฤติกรรมออกจากบ้านในเวลากลางคืนตามที่ถูกกล่าวอ้าง ส่วนสามีของบุตรสาวอายุ 40 ปี ทำงานอยู่ที่ จ.ชลบุรี มีบุตรด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 4 ปี และคนเล็กอายุ 7 เดือน สำหรับกรณีที่ลูกเขยว่าจ้างนักสืบเอกชนนั้น ตนมองว่าควรนำเงินมาใช้จ่ายในการดูแลครอบครัวและบุตรจะเหมาะสมกว่า

หน้าแรก » ภูมิภาค