วันอังคาร ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569 05:01 น.

ภูมิภาค

“รมว.สธ.” เปิดแผนกู้วิกฤต รพ.ขอนแก่น พลิกตัวเลขติดลบ 1,252 ล้าน เหลือ 702 ล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 03 กันยายน พ.ศ. 2569, 19.07 น.

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ที่โรงพยาบาลขอนแก่น นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์วิกฤตทางการเงินและการคลังของโรงพยาบาลขอนแก่น พร้อมแถลงผลการดำเนินงานตามมาตรการพลิกฟื้นฐานะการเงินของโรงพยาบาล โดยมี นพ.ธนสิทธิ์ ไพรพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ตลอดจนผู้บริหาร คณะแพทย์ และพยาบาลร่วมให้การต้อนรับ

 

 

นายพัฒนา กล่าวว่า โรงพยาบาลขอนแก่นเคยเผชิญวิกฤตทางการเงินอย่างหนัก โดยมีสถานะเงินบำรุงคงเหลือสุทธิติดลบสูงสุดในเดือนกันยายน 2568 จำนวน 1,252 ล้านบาท อยู่ในภาวะวิกฤตการเงินสีแดงระดับ 7 ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ต้องเร่งแก้ไข โดยมีสาเหตุสำคัญจาก 4 มิติ ได้แก่ ด้านรายรับที่พึ่งพางบประมาณจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ในสัดส่วนสูง ประกอบกับมีลูกหนี้ค้างรับสะสมจำนวนมาก ด้านรายจ่ายที่มีต้นทุนบุคลากร รวมถึงค่ายาและวัสดุทางการแพทย์อยู่ในระดับสูง ด้านการบริการ เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลศูนย์ที่ต้องรองรับผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยซับซ้อนจากการส่งต่อจำนวนมาก และด้านการบริหารจัดการ โดยเฉพาะระบบคลังพัสดุและระบบบัญชีที่จำเป็นต้องปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

 

เพื่อเร่งแก้ไขปัญหา กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับเขตสุขภาพที่ 7 และ สปสช. ได้สนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือรวม 220 ล้านบาท ผ่านกองทุนรวมช่วยเหลือ การปรับค่า K และกองทุนยาแพง ควบคู่กับการปรับระบบบริหารจัดการ ควบคุมรายจ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพการหารายได้ ส่งผลให้ฐานะการเงินของโรงพยาบาลฟื้นตัวต่อเนื่อง จากสิ้นปี 2568 ที่ติดลบ 1,252 ล้านบาท ลดลงเหลือติดลบ 828 ล้านบาท ในสิ้นไตรมาส 3 ปี 2569 และล่าสุดลดเหลือติดลบ 702 ล้านบาท ขยับจากวิกฤตระดับ 7 มาอยู่ที่ระดับ 4

 

 

รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า ตัวเลขที่ปรับตัวดีขึ้นสะท้อนถึงผลสำเร็จของมาตรการฟื้นฟู โดยสถานะเงินบำรุงปรับดีขึ้นถึง 460.42 ล้านบาท หรือสัดส่วนเงินติดลบลดลงกว่า 30% ขณะที่รายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ (NI) พลิกจากภาวะติดลบกลับมาเป็นบวก 248.09 ล้านบาท นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายและประหยัดงบประมาณได้จริง 48.24 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าจ้างเหมาบริการและค่าเวชภัณฑ์ อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือการพัฒนาคลินิกพิเศษ (SMC) ซึ่งเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2569 มีอัตรากำไรเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 33.60% ช่วยสร้างรายได้และเสริมสภาพคล่องให้แก่โรงพยาบาล ถือเป็นแนวทางเพิ่มศักยภาพด้านรายได้ควบคู่ไปกับการควบคุมต้นทุน โดยไม่กระทบต่อระบบบริการหลักของประชาชน

สำหรับการฟื้นฟูในระยะยาว กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดแผนดำเนินงาน 3 ระยะ ได้แก่

  • ระยะที่ 1 ปี 2569 “Stabilization”: มุ่งพยุงและแก้ไขวิกฤต ซึ่งขณะนี้โรงพยาบาลผ่านจุดวิกฤตและมีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนแล้ว
  • ระยะที่ 2 ปี 2570-2571 “Efficiency”: มุ่งปรับโครงสร้างระบบบริหารและระบบดิจิทัล สร้างทีมบริหารรุ่นใหม่ และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยปีงบประมาณ 2570 ได้จัดสรรงบประมาณสุทธิ รวมเงินบริจาค จำนวน 3,320 ล้านบาท เพื่อรองรับการดำเนินงานและรักษาเสถียรภาพทางการเงิน รวมถึงการเพิ่มศักยภาพรายได้จากช่องทางอื่น
  • ระยะที่ 3 ปี 2572 “Sustainability”: มุ่งสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน เน้นหลักธรรมาภิบาล ประสิทธิภาพการบริหาร และคุณภาพบริการ

นายพัฒนา กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า แม้โรงพยาบาลขอนแก่นจะเผชิญวิกฤตทางการเงิน แต่สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการรักษาพยาบาล ประชาชนในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียงมั่นใจได้ว่า โรงพยาบาลขอนแก่นจะยังคงทำหน้าที่เป็นโรงพยาบาลศูนย์ในการดูแลผู้ป่วยหนักและซับซ้อนอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมขอบคุณบุคลากรทุกฝ่ายที่ร่วมมือกันฝ่าวิกฤตจนสถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หน้าแรก » ภูมิภาค