วันอังคาร ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569 13:39 น.

ภูมิภาค

เจอตัวแล้ว! หนุ่มสลิ้งแตกเขวี้ยงกล้วยหน่อไม้ทิ้งโมโหไม่มีใครซื้อ ญาติวอนพาไปรักษาติดยามานาน

วันอังคาร ที่ 08 กันยายน พ.ศ. 2569, 12.30 น.

วันที่ 8 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีนายเปี๊ยก อายุ 47 ปีหนุ่มบ้านเชียงสลิ้งแตกโมโหชาวบ้านไม่ซื้อกล้วยและหน่อไม้ทั้งที่อุตส่าห์หิ้วมาขายให้ถึงหน้าบ้าน พอชาวบ้านไม่ซื้อทุ่มหน่อไม้และกล้วยลงกลางถนนต่อหน้าชาวบ้าน สร้างความตกอกตกใจเป็นอย่างมาก ไหนเป็นแบบนี้แคไม่ซื้อแล้วโมโห ชาวบ้านกลัวว่านายเปี๊ยกจะขโมยกล้วยและหน่อไม้มา และทราบว่ามีพฤติกรรมติดยาเสพติดด้วย วันก่อนก็มีเจ้าของกล้วยมาตามแล้วครั้งหนึ่ง

 

ได้ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุและพบกับ ลุงต๋อง อายุ 66 ปี ญาติของนายเปี๊ยก (อายุประมาณ 47 ปี) ผู้ก่อเหตุ โดยลุงต๋องเปิดเผยว่า ในอดีตนายเปี๊ยกเป็นคนนิสัยดี พูดจาไพเราะ มีครอบครัวที่อบอุ่น แต่ชีวิตพลิกผันหลังหลงผิดไปติดยาเสพติดนานกว่า 7–8 ปี จนภรรยาต้องหนีจาก ปัจจุบันพ่อแม่เสียชีวิตหมดแล้ว เหลือเพียงพี่สาวที่คอยส่งเสียให้เงินใช้วันละ 100 บาท แม้จะมีบ้านและที่ดินเป็นของตัวเอง แต่เพราะฤทธิ์ยาเสพติดจึงไม่สามารถดูแลตนเองได้ เคยพาไปรักษามาแล้วแต่เจ้าตัวอ้างว่า "อยู่ที่ใจ ไม่ขอกินยา" ทว่าสุดท้ายก็เลิกไม่ได้ ทางครอบครัวจึงอยากวอนขอให้เจ้าหน้าที่นำตัวไปบำบัดรักษาอย่างจริงจังเสียที

 

ลุงต๋อง อายุ 66 ปี น้าชายของนายเปี๊ยก บอกว่า นายเปี๊ยกแต่ก่อนเป็นคนดีมาก มีครอบครัวที่อบอุ่นมีภรรยมีลูก แต่เนื่องจากติดยาเสพติดประมาณ 7-8 ปีต่อมาภรรยาก็เลิกหนีไปอยู่ที่อื่น เขาก็อยู่บ้านคนเดียว ข้างๆ บ้านพี่สาว แต่เงินใช้จ่ายต้องมาขอพี่สาวทุกวัน ให้วันละ 100 บาท 50 60 บ้าง ได้เงินแล้วก็ของมากิน ยอมรับหลานชายติดยาเสพติดและมีนิสัยลักเล็กขโมยน้อย เคยติดคุกคดีลักทรัพย์ออกคุกมาได้ 2 ปีแล้ว เคยพาไปบำบัดรักษาแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่กินยา เลยถามว่าจะพาไปรักษาอีกแต่นายเปี๊ยกบอกว่าไม่ไป “มันอยู่ที่ใจจะเลิกหรือไม่เลิกยาเสพติด” ญาติเลยปล่อยเลยตามเลย หลังเกิดเหตุเมื่อวานนายเปี๊ยกทุ่มกล้วยหน่อไม้ทิ้ง ตนเองก็มีโอกาสถามทำไมไปทำแบบนั้น หลานชายก็บอกว่าโมโหไม่ซื้อกล้วยหน่อไม้ให้ แต่อย่างไรแล้วอยากให้เจ้าหน้าที่ฯ พาไปบำบัดรักษาลองดูอีกครั้งหน่อย ไม่งั้นญาติๆ ผวากลัวขู่ทำร้ายและเอือมกับพฤติกรรมที่ชอบลักเล็กขโมยน้อย

 

ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวกำลังพูดคุยกับญาติ นายเปี๊ยกได้เดินเท้าเปล่ากลับเข้ามาในหมู่บ้านพอดี นายเปี๊ยกยิ้มและพูดจาด้วยท่าทีสุภาพว่าตนเพิ่งไปซื้อเมล็ดทานตะวันมากิน เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงเหตุการณ์ที่ทุ่มกล้วยและหน่อไม้ทิ้ง นายเปี๊ยกตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอีกว่า "เขาไม่ซื้อ ผมเลยโมโห เลยทุบทิ้งเฉยๆ ครับ" ด้วยความสงสารผู้สื่อข่าวจึงได้มอบเงินช่วยเหลือไป 20 บาทเพื่อให้ไปซื้ออาหารรับประทาน ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากคนในชุมชนที่ยังคงต้องการให้หน่วยงานรัฐเร่งนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา เพื่อความปลอดภัยของทั้งตัวนายเปี๊ยกและชาวบ้านในพื้นที่

               
ทั้งนี้ มณฑลทหารบกที่ 22 และสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 22 ยังคงมุ่งมั่นในการดูแลและให้ความช่วยเหลือกำลังพลและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของครอบครัวกำลังพล

หน้าแรก » ภูมิภาค