วันเสาร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2569 13:45 น.

ภูมิภาค

"ปลาหมอคางดำ" บุกเขื่อนลำปาว กาฬสินธุ์ผนึกกำลังด่วน สกัดวิกฤตก่อนสูญพันธุ์ปลาน้ำจืด

วันเสาร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2569, 12.37 น.

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 69 ที่ลานเจ้าปู่เชียงโสม สะพานเทพสุดาฯ ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ นำทีมระดมเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดและอำเภอ ร่วมกับเจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว (เขื่อนลำปาว) และเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าลำปาว เปิดปฏิบัติการเฝ้าระวังและประชาสัมพันธ์การแพร่ระบาดของ "ปลาหมอคางดำ" ในพื้นที่เขื่อนลำปาวอย่างเร่งด่วน

 

จุดเริ่มต้นของความกังวลมาจากการที่กลุ่มประมงพื้นบ้านพบปลาหมอคางดำในเขตตำบลหนองสรวง อ.หนองกุงศรี ทำให้เจ้าหน้าที่หวั่นเกรงว่าหากไม่เร่งควบคุม อาจลุกลามจนทำลายระบบนิเวศ ส่งผลกระทบต่อพันธุ์ปลาน้ำจืดที่หลงเหลืออยู่ไม่ถึง 84 ชนิด และอาจลามไปถึงการเพาะเลี้ยงปลานิลในกระชังและกุ้งก้ามกราม ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี

 

ปฏิบัติการครั้งนี้มี นายประมุข ฤาแก้วมา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสกลนครศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสกลนคร นายจารึก นาขัยเพิ่ม  ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด กาฬสินธุ์

 

นายวิระ จิตสุวรรณ  ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดกาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้า กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเข้าเสริมทัพ โดยแบ่งกำลังลงสุ่มตรวจ 5 จุดสำคัญ ได้แก่ บริเวณสันเขื่อนประตูระบายน้ำเขื่อนลำปาว, หาดดอกเกตุ อ.เมืองกาฬสินธุ์, สะพานไหลหลอด บ้านดงบัง ต.ดงสมบูรณ์ อ.ท่าคันโท และบ้านโคกสะอาด อ.วังสามหมอ พร้อมใช้เครื่องมือประมงสุ่มตรวจ บันทึกข้อมูล และเก็บตัวอย่างอย่างละเอียด

 

นายบุญธง เปิดเผยว่า การเลือกจุดสุ่มตรวจอ้างอิงจากพฤติกรรมของปลาหมอคางดำที่ชอบอาศัยในแหล่งน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะจุดที่มีนักท่องเที่ยวนำอาหารมารับประทาน ซึ่งถือเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของปลาชนิดนี้ ขณะที่ปัจจุบันยังพบการระบาดเฉพาะในพื้นที่ตำบลหนองสรวง อ.หนองกุงศรี ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคมต่อเนื่องถึงต้นเดือนกันยายนที่น่าตกใจคือ เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าการพบปลาหมอคางดำในพื้นที่เขื่อนลำปาวครั้งนี้ "เป็นฝีมือของมนุษย์" ที่นำเข้ามา และขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนหาต้นตอของการเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำชนิดนี้เข้าสู่พื้นที่

 

นายบุญธง กล่าวเสริมว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ นายสุวรรธน์ เข็มธนเพชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมคณะผู้บริหารและนายอำเภอ จะลงพื้นที่ร่วมเฝ้าระวังและประชาสัมพันธ์ ณ บริเวณแพอาหาร สะพานเทพสุดา-ท่าเรือภูสิงห์ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ และบ้านนาอวน ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี ซึ่งเป็นจุดที่พบปลาหมอคางดำ ก่อนสรุปประเมินผลร่วมกันในช่วงเย็น

 

รายงานแจ้งว่า ปฏิบัติการเชิงรุกครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสกัดความเสียหายมีเดิมพันเศรษฐกิจกว่า 2 พันล้าน กำจัดป้องกันก่อนลุกลาม เนื่องจากภาคประมงในพื้นที่เขื่อนลำปาวมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล จากข้อมูลสำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ (เฉพาะเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมง) พบว่า กุ้งก้ามกราม มีพื้นที่เลี้ยง 7,600 ไร่ ผลผลิต 2,800 ตัน/ปี มูลค่า 703 ล้านบาท/ปี,ปลานิลในกระชัง มี 11,930 กระชัง ผลผลิต 21,474 ตัน/ปี มูลค่า 1,288 ล้านบาท/ปี ,ปลาดุก-ปลาหมอไทย มีพื้นที่เลี้ยง 708 ไร่ ผลผลิต 3,210 ตัน/ปี มูลค่า 177 ล้านบาท/ปี ,กบ มีพื้นที่เลี้ยง 76 ไร่ ผลผลิต 314 ตัน/ปี มูลค่า 27 ล้านบาท/ปี และ สัตว์น้ำเลี้ยงยังชีพใน 18 อำเภอ มีพื้นที่เลี้ยง 9,665 ไร่ ผลผลิต 128 ตัน/ปี มูลค่า 54 ล้านบาท/ปี จึงต้องจับตาดูว่าปฏิบัติการเร่งด่วนครั้งนี้จะสามารถสกัดกั้น "เอเลี่ยนสปีชีส์" ตัวนี้ได้ทันท่วงทีหรือไม่ ก่อนที่จะสายเกินแก้

หน้าแรก » ภูมิภาค